Business
เคล็ด(ไม่)ลับสำหรับธุรกิจ เพื่อพิชิตปัญหา Cash flow
- 13 May 21
- 5,672

Covid 19 ที่ทะลุการ์ดเข้ามา ทำให้เจ้าของกิจการปวดหัวกันไม่น้อยเพราะลูกค้าต่างก็ระมัดระวังที่จะออกมาใช้จ่ายกันมากขึ้น เลือกซื้อเฉพาะที่จำเป็นและหันมาเก็บเงินกันมากขึ้นส่งผลให้ธุรกิจต่างๆ มียอดขายลดลงซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นนี้ไม่สามารถคาดเดาสถานการณ์ได้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ ในฐานะเจ้าของกิจการสิ่งที่ต้องทำอีกอย่างนอกจากการปรับกลุทธ์การขายแล้วก็คือการวางแผนการเงินกิจการ โดยมีข้อเสนอแนะในการดำเนินการดังนี้
การวางแผนการเงินระยะยาวเพื่อ Cash flow ที่ดียิ่งขึ้น
1. ตรวจสอบสภาพคล่องเป็นระยะๆ
หมั่นตรวจสอบสภาพคล่อง กิจการต้องจัดการเงินสดให้สามารถรองรับความต้องการในการใช้จ่ายในระยะสั้นและในระยะกลาง เช่นการตรวจสอบสินทรัพย์หมุนเวียนสุทธิ (สินทรัพย์หมุนเวียนสุทธิ = สินทรัพย์หมุนเวียน - หนี้สินหมุนเวียน) เพื่อพิจารณาว่าในช่วงเวลาดังกล่าวเรามีสินทรัพย์หมุนเร็วไม่ว่าจะเป็นเงินสด เงินฝาก ลูกหนี้การค้า สินค้าคงคลัง ฯลฯ เพียงพอต่อภาระทางการเงินที่ต้องชำระหรือไม่ เช่นเจ้าหนี้การค้า หนี้การเงินที่ต้องชำระภายใน 1 ปี เป็นต้น
2. ประมาณการกระแสเงินสด
จัดทำประมาณการกระแสเงินสด (Cash Flow Projection) เพื่อให้สามารถประมาณการกระแสเงินเข้าออกในอนาคต และวางแผนการใช้เงินและการจัดหาเงินทุนได้อย่างเหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา เช่นจัดทำเป็นรายสัปดาห์ รายเดือน หรือรายไตรมาส ขึ้นอยู่กับความสบายใจของผู้ประกอบการว่ากังวลกับสถานการณ์ปัจจุบันมากน้อยแค่ไหน ซึ่งต้องจำแนกออกเป็นกระแสเงินสดรับ และกระแสเงินสดจ่าย เพื่อให้ทราบแหล่งที่มา
3. ทดสอบภาวะวิกฤต
การทดสอบภาวะวิกฤติ (Stress Test) ตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับปัจจัยต่างๆ ที่กระทบการดำเนินงานและสภาพคล่องของธุรกิจ เพื่อทดสอบความแข็งแกร่งทางการเงินและความต้องการทางการเงินในสถานการณ์ต่างๆ เช่นลองตั้งสมุติฐานว่าหากรายได้ลดลงในเดือนถัดไป 30% จากการหดตัวของอุตสาหกรรม เงินสดคงเหลือของเราจะเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจหรือไม่
4. ดำเนินการอย่างรวดเร็ว
Action ไวปลอดภัยกว่า เมื่อรู้แล้วว่ากิจการมีโอกาสขาดสภาพคล่องต้องเริ่มดำเนินการป้องกัน เช่น ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เร่งรัดติดตามลูกหนี้การค้าที่เลยกำหนด วิเคราะห์ความเสี่ยงของลูกค้า (Credit Risk) หาลูกค้าเงินสด และ Prepaid เจรจากับคู่ค้าเพื่อยืดชำระหรือลดค่าเช่า เจรจากับเจ้าหนี้เพื่อปรับลดดอกเบี้ย หรือปรับโครงสร้างหนี้ หลีกเลี่ยงการลงทุนขนาดใหญ่ พิจารณารูปแบบการเช่าหรือ Outsource เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นด้านโครงสร้างค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ ใช้สินทรัพย์ที่มีอยู่ให้เกิดรายได้ เช่นการปล่อยเช่าพื้นที่ว่าง หรือพาหนะขนส่ง เป็นต้น
5. ตระเตรียมเงินทุนสำรอง
จัดหาแหล่งเงินทุนสำรอง หากการดำเนินการเพิ่มรายได้หรือลดค่าใช้จ่ายยังไม่สามารถรองรับแรงกระแทกจากวิกฤติได้มากพอ ให้เตรียมหาเงินทุนสำรองไว้ เช่น การ Factoring ลูกหนี้การค้า หรือการยื่นกู้กับสถาบันการเงินโดยเลือกประเภทสินเชื่อที่มีต้นทุนทางการเงินหรือดอกเบี้ยต่ำ ไม่ว่าจะเป็นการใช้อสังหาฯหรือจะใช้รถยนต์เป็นหลักประกัน หรือหากไม่มีหลักประกันก็สามารถกู้ได้แต่ต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยที่มากกว่า แต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้ธุรกิจขาดสภาพคล่องหรือล้มลงในที่สุด ธนาคารเกียรตินาคิภัทรก็เป็นหนึ่งสถาบันการเงินที่พร้อมเป็นแหล่งเงินทุนให้กับธุรกิจ SME เสมอมารายละเอียดเพิ่มเติมคลิก
ที่มา ; สัมมนาออนไลน์ KKP FOCUS FORUM : วิกฤติมาเต็ม 100 ก็เอาอยู่ เพราะรู้วิธีวางแผน