Money Matter

ทำไมต้องมีประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ

  • 22 ธ.ค. 66
  • 6,157

การทำประกันภัยรถยนต์ถือเป็นความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานที่เจ้าของรถยนต์ควรทำ แม้จะคิดว่าโอกาสเกิดอุบัติเหตุมีไม่มาก แต่หากเกิดเหตุขึ้นแล้วมูลค่าความเสียหายอาจมากกว่าความสามารถปกติที่เราจะรับผิดชอบไหว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเกิดอันตรายต่อชีวิตไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่เอง ผู้โดยสาร หรือบุคคลภายนอก

ปัจจุบันประเทศไทยมีประกันภัยรถยนต์ 2 ประเภท ได้แก่ 
(1) ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ที่กฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องทำประกันภัยประเภทนี้ เพื่อคุ้มครองและให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร หรือบุคคลภายนอกที่ประสบภัยหรือได้รับบาดเจ็บจากรถคันที่ทำประกันภัย และ 
(2) ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ทางเลือกของการประกันภัยที่ให้ทุนประกันสูง เสริมความคุ้มครองเพิ่มจากประกันภัยภาคบังคับ โดยความคุ้มครองของประกันภัยประเภทนี้มีให้เลือกหลายแบบ ครอบคลุมความเสียหายตั้งแต่ความเสียหายต่อผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร บุคคลภายนอกที่ได้รับบาดเจ็บจากรถคันที่ทำประกันภัย ความเสียหายของรถทั้งคันที่ทำประกันภัยและรถของคู่กรณี รวมถึงความเสียหายในกรณีรถหาย ถูกโจรกรรม ไฟไหม้ หรือภัยธรรมชาติ เป็นต้น ซึ่งจะได้รับความคุ้มครองกรณีใดบ้างขึ้นอยู่กับแบบประกันภัยที่เลือกทำ

แม้ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจจะให้ความคุ้มครองเพิ่มขึ้นจากประกันภัยภาคบังคับ แต่ค่าเบี้ยประกันภัยที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับประกันภัยภาคบังคับ จึงทำให้หลายคนลังเลว่าควรทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจหรือไม่ บทความนี้ KKP Advice Center ได้รวบรวมข้อดีของการทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจมาเป็นข้อมูลช่วยตัดสินใจสำหรับคนที่ยังมีคำถามนี้อยู่

 

ข้อดีของการทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ

- เพิ่มความคุ้มครองต่อทรัพย์สิน
เนื่องจากประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับไม่ได้ให้ความคุ้มครองต่อทรัพย์สิน ซึ่งในกรณีรถที่เอาประกันภัยเป็นฝ่ายผิด ผู้ขับขี่จะต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถของอีกฝ่าย รวมถึงของตนเองด้วย

- ลดความเสี่ยงทางการเงิน
จากข้อแรกหากไม่ได้ทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ เจ้าของรถที่เป็นฝ่ายผิดจะต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดกับรถของคู่กรณีและของตนเอง รวมถึงกรณีที่เกิดอาการบาดเจ็บมีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงเกินกว่าที่ประกันภัยภาคบังคับให้ความคุ้มครองไว้ เจ้าของรถที่เป็นฝ่ายผิดก็จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนที่เกินมาด้วย การซื้อประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจจึงเป็นการเพิ่มความคุ้มครองและลดความเสี่ยงทางการเงิน

- มีบริการผู้ช่วยฉุกเฉิน
กรมธรรม์ส่วนใหญ่มักมีบริการผู้ช่วยฉุกเฉินติดมาด้วย ซึ่งจะช่วยให้คุณอุ่นใจได้ว่าหากเกิดเหตุฉุกเฉินบนท้องถนน คุณจะสามารถติดต่อหาคนมาช่วยคุณได้ไม่ว่าจะเป็นกรณีเกิดการเฉี่ยวชน รถเสีย ยางแตก น้ำมันหมดกลางทาง เป็นต้น

- เพิ่มมูลค่าตอนขายรถ
รถที่ทำประกันอย่างต่อเนื่อง และมีประวัติการเคลมที่ดี เช่น มีอัตราการเคลมต่ำ หรือเคลมเฉพาะกรณีที่เกิดการเฉี่ยวชนเล็กน้อย ไม่มีประวัติการซ่อมหนักที่กระทบต่อเครื่องยนต์ จะช่วยให้ผู้รับซื้อต่อมั่นใจได้ว่ารถยังอยู่ในสภาพดีซึ่งเป็นผลดีสามารถขายต่อได้ราคาดีกว่า

- จำเป็นต่อการเช่าซื้อ
ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อเช่าซื้อรถ หรือสินเชื่อรีไฟแนนซ์รถยนต์ สัญญาเช่าซื้อมักกำหนดเงื่อนไขให้รถที่เช่าซื้อต้องทำประกันภัยภาคสมัครใจ เนื่องจากเฉพาะประกันภาคบังคับไม่ได้ครอบคลุมความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถจึงจำเป็นต้องมีประกันภาคสมัครใจมาเสริมในส่วนนี้ 


หากคุณเป็นเจ้าของรถที่กำลังมองหาเงินก้อนหรือต้องการรีไฟแนนซ์รถที่ผ่อนอยู่ สามารถนำรถของคุณมาใช้ในการขอสินเชื่อรถเรียกเงินจากธนาคารเกียรตินาคินภัทร ที่ให้วงเงินสูงสุดถึง 150% ของราคาประเมินรถยนต์ อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.27% ต่อปี* ไม่ต้องมีคนค้ำประกันและเซ็นเอกสารให้ถึงที่ สนใจประเมินวงเงินเบื้องต้น คลิก 


*เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

เนื้อหาแนะนำ
22 พ.ย. 2566
รีไฟแนนซ์หรือรีเทนชัน เลือกยังไงให้คุ้มค่า
Money Matter
20 ต.ค. 2566
รถแบบไหนได้ราคาประเมินดี
Money Matter
13 ธ.ค. 2566
รู้จักกองทุนรวมลดหย่อนภาษีตัวใหม่ TESG
Investment KnowlEDGE
07 ธ.ค. 2566
รับปีใหม่อย่างสดใส ด้วยการจัดระเบียบหนี้
Money Matter
29 พ.ย. 2566
7 เรื่องที่เราไม่อยากให้คุณพลาด เมื่อใช้สินเชื่อรีไฟแนนซ์รถยนต์
Money Matter