Money

เทคนิคช่วยลดหนี้สินรัดตัว ฉบับมนุษย์เงินเดือน

Post by | Admin

ยุคนี้สมัยนี้ ถึงแม้มีเงินน้อย แต่ถ้าอยากได้สิ่งอำนวยความสะดวก หรือสิ่งที่จำเป็น เช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ ฯลฯ ก็แสนง่ายดาย แค่รูดปรื๊ด... ก็สามารถเป็นเจ้าของเงินจากอนาคตได้ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องเสียหาย ตราบใดที่คุณสามารถรับผิดชอบภาระหนี้สินที่ตามมาได้ แต่ถ้าคุณซื้อเพลินเสียจนลืมเช็คสุขภาพทางการเงินของตัวเอง ก็มีโอกาสเป็นหนี้ก้อนโตได้เหมือนกัน วันนี้ KKP ADVICE CENTER จึงมีเคล็ดลับที่ไม่ลับกับตัวช่วยลดหนี้สินรัดตัวมาฝากมนุษย์เงินเดือนทุกท่าน

1. รู้จักประเภทหนี้ให้ดีเสียก่อน
การเป็นหนี้ไม่ใช่เรื่องแย่ แต่เราควรรู้จักประเภทหนี้ว่า หนี้ดี หนี้เลว คืออะไร หนี้ดี คือ หนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้ เช่น กู้เงินเพื่อทำกิจการ กู้เงินซื้อบ้าน เพราะโดยธรรมชาติของบ้านจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉพาะบ้านที่อยู่บนทำเลดีๆจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนการกู้เงินซื้อรถก็ขึ้นอยู่กับซื้อไปทำอะไร ถ้าซื้อเพื่อนำไปต่อยอดสร้างรายได้ก็ถือเป็นหนี้ดี เช่น เป็นเซลล์หรือซื้อรถเพื่อขับไปทำงาน หนี้เลว คือ หนี้ที่กู้ยืมเพื่อการบริโภคต่างๆ เพื่อความสบายเป็นหลัก โดยไม่ทำให้เกิดรายได้ เช่น การกู้ซื้อรถโดยไม่มีความจำเป็นหรือไม่สามารถนำรถไปหารายได้เพิ่มได้ การกู้ยืมเพื่อไปเที่ยวก่อนแล้วค่อยกลับมาจ่ายทีหลัง การเป็นหนี้บัตรเครดิตหรือหนี้นอกระบบที่ดอกเบี้ยแพงแสนแพง เพื่อนำเงินมาจับจ่ายใช้สอยหรือสนองกิเลสส่วนตัว ซึ่งหนี้เลวเหล่านี้ นอกจากไม่ทำให้เกิดรายได้แล้ว ยังทำให้คุณทุกข์ใจในระยะยาวอีกด้วย ดังนั้น ควรแยกแยะระหว่าง ‘ความจำเป็น’ กับ ‘ความอยาก’ ก่อนใช้เงินทุกครั้ง เพื่อช่วยให้เรากลายเป็นคนฉลาดในการใช้เงิน และไม่ก่อหนี้สินจนเกินตัว

2. รู้เป้าหมายทางการเงินของตัวเอง
ปัญหาที่คนเรามักใช้จ่ายเกินตัว ส่วนหนึ่งเกิดจากไม่มีเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจน ไม่มีแรงบันดาลใจที่จะออมเงินไว้เพื่อทำอะไรซักอย่าง ลองตั้งเป้าหมายทางการเงินในชีวิตที่อยากจะทำให้สำเร็จ อาจหมายถึงการมีความเป็นอยู่ที่สุขสบาย มีบ้านให้ครอบครัว การไปท่องเที่ยวเก็บเกี่ยวประสบการณ์ชีวิต หรือเก็บเงินไว้ใช้จ่ายหลังเกษียณ หากเราปรับเป้าหมายต่างๆ ในชีวิตให้เห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น เราก็จะมีแรงบันดาลใจในการเก็บออม มีวินัยทางการเงิน และพิชิตเป้าหมายได้สำเร็จเร็วขึ้น

3. รู้ทันดอกเบี้ย ชำระให้ตรงเวลา
การใช้บัตรเครดิตก็ต้องมาพร้อมกับความมีวินัยเสมอ เราต้องจ่ายหนี้บัตรเครดิตให้ตรงเวลา ถ้าเผลอใช้เงินเกินตัว พอถึงรอบวันชำระยอดหนี้บัตรเครดิต แต่ดันมีเงินสดในกระเป๋าไม่พอจ่าย เราก็ต้องกลายเป็นหนี้และสิ่งที่ตามมาก็คือ ดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่ต้องจ่ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แทนที่เราจะได้ประโยชน์จากการใช้บัตรเครดิตหรือได้ส่วนลด กลับกลายเป็นโทษ ต้องแบกรับภาระค่าดอกเบี้ยบัตรเครดิตเพิ่มขึ้น

4. รู้ถึงความจำเป็น สติต้องมา
เมื่อเจอของที่อยากได้ให้กลับมาหาข้อมูลก่อนเสมอ เปรียบเทียบหาร้านที่คุ้มค่าที่สุด ที่สำคัญคือ คิดทบทวนให้ดีว่าของชิ้นนั้นจำเป็นมากน้อยแค่ไหน คุ้มค่ากับการก่อหนี้เพิ่มขึ้นหรือไม่ ใช้เหตุผลให้เยอะ ใช้อารมณ์ให้น้อย ทบทวนหลายๆ รอบก็จะช่วยลดความอยากและช่วยลดหนี้ได้ จริงอยู่ที่การเป็นหนี้เป็นเรื่องปกติสำหรับมนุษย์เงินเดือน การเป็นหนี้ไม่ได้น่ากลัว แต่การเป็นหนี้เยอะเกินไปจนไม่สามารถควบคุมได้ หมุนตรงนี้ไปจ่ายตรงนั้น เป็นเรื่องที่น่ากลัวและต้องรีบแก้ไขโดยด่วน ที่สำคัญ ควรดูแลสุขภาพการเงินของตัวเองให้ดีอยู่เสมอ มีเงินเหลือเก็บ หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินจะได้ไม่ลำบากนั่นเอง

 

แนวโน้มของราคาทอง

มั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม

 

ไปดูเหตุผลที่ตลาดไม่เชื่อ หนึ่งในนั้นก็เพราะ กำลังการผลิตนอกกลุ่ม OPEC ก็ยังเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในสหรัฐ จากตัวเลขแท่นขุดเจาะรายสัปดาห์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แทบทุกสัปดาห์ตั้งแต่ย่างเข้าไป 2017 เป็นต้นมา รวมถึงการเดินกำลังการผลิต Shale Oil และ Shale Gas ที่สะท้อนว่า ต้นทุนการผลิตของเทคโนโลยีนี้ เข้ามาใกล้จุดที่สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตน้ำดิบได้แล้วถ้ามองภาพใหญ่กว่านั้น ราคาน้ำมันก็โดนกดดันอยู่มาอย่างต่อเนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด หรือ Clean Energy โดยเทคโนโลยีที่จะมาเป็นคู่แข่งพลังงานน้ำมันจริงๆ ก็คือ Power Storage หรือ ตัวเก็บประจุไฟฟ้า นั้นเอง เพราะตัวเก็บประจุไฟฟ้า หรือ Power Storage จะทำให้การใช้พลังงานสะอาดมีเสถียรภาพมากขึ้น ยกตัวอย่าง ถ้าใช้พลังงานแสงอาทิตย์ แต่ไม่มีตัวเก็บประจุ ก็แปลว่า เราจะใช้ไฟฟ้าได้แค่ตอนช่วงกลางวันเท่านั้น ดังนั้น เทคโนโลยี Power Storage จึงถือว่ามีความสำคัญ และเป็นจุดเปลี่ยนอีกหนึ่งอย่างที่จะทำให้ต้นทุนการผลิตพลังงานสะอาดต่ำลงไปอีก และเข้าถึงคนจำนวนมากกว่าปัจจุบัน

สรุปทิศทางราคาน้ำมัน

ราคาน้ำมันถูกเทขายลงมาที่ ราวๆ 42-43 ดอลลาร์ กลางเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งประเด็นหลักๆ มาจากตลาดเริ่มไม่เชื่อมั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม

แนะนำจากบทความ
28 ต.ค. 2564
3 ตัวเร่ง.. ที่ทำให้เงินเก็บงอกเงย
Money
05 ส.ค. 2564
เครดิตเงินคืน คืออะไร (เข้าใจง่ายๆ ใน 5 นาที)
Money
21 พ.ค. 2564
[เจาะลึก] วิธีคิดดอกเบี้ยบัตรกดเงินสดพร้อมตารางเปรียบเทียบ
Money
27 ม.ค. 2564
บัตรกดเงินสด ตัวช่วยในยามจำเป็น
Money