Money Matter
ประกันสังคมปรับเพดานค่าจ้างคำนวณเงินสมทบใหม่ เริ่มปี 2569
- 21 ม.ค. 69
- 5,768

ช่วงนี้หลายคนอาจจะเห็นข่าวเรื่องการปรับเพดานเงินสมทบประกันสังคมผ่านตากันมาบ้าง จากมติ ครม. เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 โดยประกันสังคมจะปรับขึ้นเพดานค่าจ้างเพื่อคำนวณเงินสมทบ สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 เริ่มตั้งแต่ 1 มกราคม 2569
เชื่อว่าแวบแรกที่เห็นหลายคนคงคิดในใจว่า "อ้าว... ต้องโดนหักเงินเพิ่มอีกแล้วเหรอ?"
แต่อยากชวนทุกคนมาลองดูรายละเอียดข้างในกัน เพราะการปรับครั้งนี้จริง ๆ แล้วมีที่มาที่ไป คือเพดานค่าจ้างเดิม 15,000 บาทที่เราใช้กันอยู่นั้น อาจจะไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพและเงินเดือนในปัจจุบัน ทำให้เวลาเราเจ็บป่วยหรือเกษียณ เงินชดเชยที่ได้ก็น้อยตามฐานเดิมไปด้วย การปรับครั้งนี้จึงเป็นการขยายเพดานเพื่อให้เราได้รับ "ความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากขึ้น" โดยจะค่อย ๆ ขยับเป็นขั้นบันได 3 ระยะ
เราต้องจ่ายเพิ่มเท่าไหร่ ? และสิทธิประโยชน์จะเพิ่มขึ้นขนาดไหน ?

จากเดิมเราจ่ายสูงสุดที่ 750 บาท (ฐานเงินเดือนสูงสุด 15,000 บาท) ต่อไปจะขยับเพิ่มขึ้นแบ่งเป็น 3 ระยะ ดังนี้:
ระยะที่ 1 (ปี 2569 - 2571):
ฐานเงินเดือนสูงสุด: 17,500 บาท
เงินสมทบที่ต้องจ่าย: สูงสุด 875 บาท (เพิ่มขึ้น 125 บาท)
สิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น
เจ็บป่วย/ทุพพลภาพ/ว่างงาน: ได้เงินชดเชยเพิ่มเป็นสูงสุด 8,750 บาท/เดือน (จากเดิม 7,500 บาท/เดือน)
คลอดบุตร: เหมาจ่ายเพิ่มเป็น 26,250 บาท/ครั้ง (จากเดิม 22,500 บาท/ครั้ง)
เสียชีวิต: ค่าทำศพ + สงเคราะห์ เพิ่มเป็น 105,000 บาท (จากเดิม 90,000 บาท )
บำนาญชราภาพ:
- ส่งครบ 15 ปี ได้เพิ่มเป็น 3,500 บาท/เดือน
- ส่งครบ 25 ปี ได้เพิ่มเป็น 6,125 บาท/เดือน
ระยะที่ 2 (ปี 2572 - 2574):
ฐานเงินเดือนสูงสุด: 20,000 บาท
เงินสมทบที่ต้องจ่าย: สูงสุด 1,000 บาท
สิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น
เจ็บป่วย/ทุพพลภาพ/ว่างงาน: สูงสุด 10,000 บาท/เดือน
คลอดบุตร: 30,000 บาท/ครั้ง
เสียชีวิต: 120,000 บาท
บำนาญชราภาพ:
- ส่งครบ 15 ปี: 4,000 บาท/เดือน
- ส่งครบ 25 ปี: 7,000 บาท/เดือน
ระยะที่ 3 (ปี 2575 เป็นต้นไป):
ฐานเงินเดือนสูงสุด: 23,000 บาท
เงินสมทบที่ต้องจ่าย: สูงสุด 1,150 บาท
สิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น
เจ็บป่วย/ทุพพลภาพ/ว่างงาน: สูงสุด 11,500 บาท/เดือน
คลอดบุตร: 34,500 บาท/ครั้ง
เสียชีวิต: 138,000 บาท
บำนาญชราภาพ:
- ส่งครบ 15 ปี: 4,600 บาท/เดือน
- ส่งครบ 25 ปี: 8,050 บาท/เดือน
แน่นอนว่าไม่มีใครอยากถูกหักเงินเพิ่ม แต่ถ้ามองในมุมของการ "ป้องกันความเสี่ยง" และ "วางแผนเกษียณ" การจ่ายเพิ่มอีกร้อยกว่าบาทแลกกับความคุ้มครองที่สะท้อนค่าครองชีพมากขึ้นก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่สมเหตุสมผลอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะเงินบำนาญที่จะได้รับตอนแก่ที่เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในระยะยาว
หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ให้เพื่อน ๆ วางแผนการเงินกันล่วงหน้า
ใครมีความเห็นยังไง หรือสงสัยตรงไหน มาแชร์กันได้นะ