Finance
สัญญาญเตือน ที่บอกว่าคุณเริ่มจ่ายหนี้ไม่ไหว
- 28 ก.ย. 65
- 6,940

เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินมากมายที่ช่วยสร้างความสะดวกสบายในการจับจ่ายใช้สอยให้กับผู้บริโภค ทั้งบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด รวมถึงสินเชื่อผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ ที่ทำให้หลายคนอาจจะช้อปเพลินเกินห้ามใจ รู้สึกตัวอีกทีก็เริ่มมีปัญหาด้านการเงินเสียแล้ว แต่ก่อนที่เราจะใช้จ่ายอย่างเพลิดเพลินจนทำให้หนี้ท่วม ลองมาดูกันสิว่ามีสัญญาณอันตรายอะไรบ้างที่บ่งบอกว่าคุณเริ่มมีหนี้มากเกินไปจนอาจทำให้จ่ายหนี้ไม่ไหว
สัญญาณที่ 1: ใช้จ่ายแบบเดือนชนเดือน ไม่มีเงินเก็บ
ปัญหาใช้เงินแบบเดือนชนเดือน เป็นปัญหาสุดจะคลาสสิกของมนุษย์เงินเดือน เงินเดือนเข้าปุ๊ปก็เตรียมจ่ายเลย บางทีก็หมุนเงินทันบ้างไม่ทันบ้างแล้วแต่สภาพคล่องในเดือนนั้นๆ อาการแบบนี้เรียกได้ว่า ชักหน้าไม่ถึงหลัง ไม่มีเงินเหลือ ไม่มีเงินเก็บ และใช้รายได้มากกว่า 70% ไปกับการชำระหนี้
สัญญาณที่ 2: การเริ่มจ่ายบัตรเครดิตขั้นต่ำ
การจ่ายหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำทุกๆ เดือน เป็นอาการเริ่มต้นของคนที่เริ่มมีปัญหาด้านการเงิน แสดงว่าเราใช้จ่ายเงินจนเกินตัวจึงต้องจ่ายบัตรเครดิตขั้นต่ำแทน อย่างที่ทราบกันว่าอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตสูงมากหรือสูงกว่า 20% ต่อปี เมื่อรวมๆ ดอกเบี้ยแล้ว อาจทำให้เราตกใจได้แบบไม่รู้ตัวเลยทีเดียว คนส่วนใหญ่มักจะมองเพียงแค่ระยะสั้นเดือนต่อเดือนเท่านั้น ขอแค่มีจ่ายขั้นต่ำก็พอแล้ว แต่ในความเป็นจริงเราควรมองระยะยาวว่า การจ่ายขั้นต่ำจะทำให้มีต้นทุนทางการเงินเพิ่ม เพราะต้องจ่ายทั้งเงินต้น และดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
สัญญาณที่ 3: การยอมขายทรัพย์สินต่างๆ
การยอมขายทรัพย์สินต่างๆ เช่น หุ้น กองทุน ทอง อสังหาริมทรัพย์ หรืออะไรก็ตามที แสดงว่าเรากำลังร้อนเงินถึงกับต้องตัดใจยอมขายทรัพย์สินเหล่านี้ไปทั้งที่ไม่อยากขาย เพื่อนำเงินที่ได้จากการขายทรัพย์สินไปใช้อะไรบางอย่าง เช่น จ่ายหนี้ ใช้จ่ายอื่นๆ หรือนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เพราะว่ามีเงินเหลือไม่พอใช้
สัญญาณที่ 4: เริ่มชำระหนี้ล่าช้า
การเริ่มชำระหนี้ต่างๆ ล่าช้า เป็นสัญญาณเตือนที่สะท้อนได้ว่าคุณเริ่มจ่ายหนี้ไม่ไหว ถ้ายังผ่อนไม่ตรงเวลาตามเงื่อนไขที่สถาบันการเงินกำหนดจะทำให้เสียเครดิต และอาจมีปัญหาตามมาอีกมากมาย เพราะฉะนั้นควรรีบหาทางแก้ก่อนจะสายเกินไป อ่านบทความเกี่ยวกับการแก้ปัญหาเมื่อเริ่มจ่ายหนี้ไม่ไหว คลิก
สัญญาณที่ 5: ยืมเงินจากเจ้าหนึ่งเพื่อไปจ่ายอีกเจ้าหนึ่ง
พฤติกรรมแบบนี้แสดงว่าหมุนเงินไม่ทันแล้ว ถึงขั้นต้องไปยืมเงินคนอื่นๆ บางทีไมใช่แค่เรื่องเงิน แต่อาจต้องเสียเพื่อน เสียญาติพี่น้อง หรือผิดใจกับคนรักกัน เพราะเรื่องของการยืมเงินแล้วไม่คืนตามที่ตกลงไว้ หรือบางคนนิยมเปิดบัตรกดเงินสดหลายใบเพื่อนำเงินจากเจ้าหนึ่งไปจ่ายปิดหนี้อีกเจ้าหนึ่งไปเรื่อยๆ แต่อย่าลืมว่าการทำแบบนี้จะทำให้ภาระดอกเบี้ยก็ยิ่งทวีคูณทบขึ้นไปอีก หรือยิ่งไปกว่านั้นบางคนยอมไปกู้หนี้นอกระบบ ซึ่งอัตราดอกเบี้ยมหาโหดมาก แถมยังเสี่ยงอันตรายอาจมีคนตามมาทวงหนี้ถึงหน้าบ้านได้ หากจ่ายหนี้ไม่ตรงเวลา
เพราะฉะนั้นหากเริ่มมีสัญญาณอันตรายเหล่านี้ต้องเริ่มหาทางแก้ไข คลิก
อ่านแนวทางแก้ไขเบื้องต้น หรือข้อเสียของการผิดนัดชำระหนี้ คลิก