Money
โค้งสุดท้าย.. กับการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
Post by | Admin

สำหรับใครที่ยังไม่ได้ยื่นแบบภาษีฯ และมีความกังวลว่าจะทำไม่ทันเวลาที่เหลืออยู่ วันนี้เราจะมาแนะนำแนวทางในการเตรียมตัวก่อนยื่นภาษีดังนี้
1.เตรียมเอกสาร
เพื่อความสะดวกในการยื่นภาษี ทำให้สามารถกรอกข้อมูลและตรวจสอบความดูกต้อง ควรเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนก่อน ยิ่งในกรณีที่ต้องมีการขอคืนภาษี หลายๆ ครั้งสรรพากรจะมีการเรียกเอกสารเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม ดังนั้นเพื่อให้ได้รับเงินคืนภาษีได้เร็วขึ้น ขั้นตอนการเตรียมเอกสารจึงสำคัญมาก
ตัวอย่างเอกสารสำคัญที่ต้องเตรียม
- หนังสือรับรองเงินเดือนและการหักภาษี (50 ทวิ) ซึ่งได้รับจากนายจ้าง โดยหนังสือรับรองจะแจ้งจำนวนเงินได้ทั้งปี ภาษีที่หักไว้และนำส่งสรรพากร รวมถึงเงินสะสมเข้ากองทุนประกันสังคม และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
- เอกสารรับรองความความสัมพันธ์ในกรณีที่มีการหักค่าลดหย่อนเช่น ใบสมรส, ใบสูติบัตรของบุตร หรือเอกสารการรับรองบุตร, หนังสือรับรองการหักลดหย่อนค่าเลี้ยงดูบิดา-มารดา
- เอกสารรับรองการชำระค่าเบี้ยประกันต่างๆ ที่ใช้ลดหย่อนภาษีได้เช่น เบี้ยประกันชีวิตแบบทั่วไป, เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ, เบี้ยประกันสุขภาพ, ค่าเบี้ยประกันสุขภาพบิดา-มารดา เป็นต้น
- หนังสือรับรองการจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัย สามารถลดหย่อนได้ตามจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
- เอกสารรับรองการซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ RMF สามารถใช้สิทธิไม่เกินร้อยละ 30 ของเงินได้ และรวมกับเงินลงทุนในกองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว เงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือเงินสะสมเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และ เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท
- เอกสารรับรองการซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว หรือ SSF สามารถใช้สิทธิได้ไม่เกินร้อยละ 30 ของเงินได้ และไม่เกิน 200,000 บาท และรวมกับเงินลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ เงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือเงินสะสมเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และ เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท
- ใบเสร็จรับเงินบริจาค หรือ ใบอนุโมทนาบัตร โดยการบริจาคทั่วไปสามารถลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่าของจำนวนเงินบริจาค ขณะที่เงินบริจาคเพื่อการศึกษา, เงินบริจาคให้แก่สถานพยาบาลของรัฐ และ เงินบริจาคเพื่อสนันสนุนการกีฬา สามารถลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของจำนวนเงินบริจาค
2.ทดลองคำนวณภาษีและตรวจสอบความถูกต้อง
สำหรับใครที่กังวลหรือเป็นมือใหม่ในการยื่นแบบภาษีฯ ปัจจุบันก็มีตัวช่วยทั้งในรูปแบบ website หรือ application ต่างๆ ที่ให้ผู้ใช้งานเข้าไปทดลองกรอกรายได้ ค่าใช้จ่าย และ ค่าลดหย่อนต่างๆ เพื่อคำนวณภาษีก่อน ซึ่งจะเป็นตัวช่วยให้เราเห็นภาพคร่าวๆ ว่าจะต้องเสียภาษีเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ และ สามารถใช้เป็นตัว crosscheck ในเวลาที่เราส่งข้อมูลยื่นภาษีจริง ว่าเราได้กรอกครบถ้วนและใส่ตัวเลขถูกต้องแล้วหรือไม่
สามารถยื่นได้ทั้งแบบกระดาษและยื่นออนไลน์ผ่าน website ของสรรพากร ซึ่งหากคุณมีความคุ้นเคยกับการใช้งานหรือทำธุรกรรมผ่านทางออนไลน์อยู่แล้ว เราเสนอว่าการยื่นแบบภาษีแบบออนไลน์จะสะดวกกว่าเพราะสามารถ login เข้าไปยื่นแบบเวลาไหนก็ได้ ทั้งวันธรรมดาและวันหยุด อีกทั้งการแก้ไขหากกรอกตัวเลขผิดก็จะทำได้ง่าย รวมถึงระบบจะช่วยคำนวณเลขต่างๆ ก็ถือเป็นการช่วยลด Human Error ได้บางส่วนด้วย
4.ตรวจสอบการขอคืนภาษี
สำหรับหลายๆ บริษัทนายจ้างมักจะมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้จำนวนหนึ่ง ซึ่งหากบริษัทไม่มีข้อมูลค่าลดหย่อนของพนักงาน หรือมีข้อมูลไม่ครบ การยื่นแบบภาษีเงินได้ฯ ต่อสรรพากรอาจมีกรณีที่เราได้รับเงินคืนภาษี ซึ่งหลังจากยื่นแบบภาษีแล้ว เราสามารถขอคืนเงินภาษีที่นายจ้างนำส่งไว้เกินได้ ในขั้นตอนนี้อาจมีการเรียกตรวจสอบเอกสารเพิ่มเติม เพื่อความรวดเร็วจึงแนะนำให้ผู้เสียภาษีเตรียมเอกสารให้ครบไว้ก่อนยื่นภาษี
เพื่อความสะดวกในการรับเงินคืนภาษี แนะนำให้ผูกบัญชีเงินฝากที่จะใช้รับเงินคืนภาษีกับระบบพร้อมเพย์ โดยลงทะเบียนด้วยเลขบัตรประชาชน
สุดท้ายนี้ อยากฝากไว้ว่าในการยื่นภาษีฯ ขั้นตอนที่ใช้เวลาเยอะที่สุดคือการเตรียมเอกสารต่างๆ เอกสารบางอย่างอาจจะต้องใช้เวลาในการติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงควรเตรียมตัวไว้แต่เนิ่นๆ และหลังจากยื่นแบบเรียบร้อยอย่าลืมเช็คสถานะว่าได้ยื่นภาษีเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งพิมพ์แบบการยื่นภาษีเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานด้วยนะคะ

