Money Matter
รู้จักเทคนิค Kakeibo การเก็บเงินสไตล์คนญี่ปุ่น
- 27 ม.ค. 69
- 4,910

ถ้าพูดถึงการเก็บออมเงิน หลายคนอาจกำลังหาวิธีเก็บเงินใหม่ ๆ วันนี้ KKP Advice Center มีเทคนิค Kakeibo เก็บเงินสไตล์คนญี่ปุ่นมาฝาก เทคนิคนี้น่าสนใจอย่างไร มาติดตามกับบทความนี้กันครับ
คำว่า Kakeibo หากแปลตรงตัวจะหมายถึง สมุดบัญชีครัวเรือน มีจุดกำเนิดมาจาก ฮานิ โมโตโกะ นักข่าวหญิงชาวญี่ปุ่นคิดค้นขึ้นมาเพื่อช่วยเหล่าแม่บ้านในการบันทึกและจัดการรายรับรายจ่ายในครอบครัวให้มีเงินเหลือเก็บ ด้วยการใช้สิ่งที่ง่าย ๆ ที่มีอยู่รอบตัว นั่นคือ สมุด 1 เล่มและปากกา 1 ด้าม โดยหลักการง่าย ๆ ของ Kakeibo มีด้วยกัน 5 ข้อ คือ
1. จดบันทึกรายรับ – รายจ่าย ที่เกิดขึ้นเป็นประจำ ทำให้ทราบว่าเรามีรายรับเท่าไหร่ ทางไหนบ้าง ทั้งรายได้ประจำ รายได้เสริม และรายได้อื่น ๆ สำหรับรายจ่ายอาจจดรายจ่ายที่เกิดขึ้นเป็นประจำเพื่อนำมาคำนวณเงินเหลือหรือขาด
2. คำนวณจำนวนเงินคงเหลือแต่ละเดือน โดยนำรายรับและรายจ่ายในข้อ 1 มาหักลบกันจะทำให้ทราบว่าแต่ละเดือนครอบครัวเราเงินเหลือหรือเงินขาด หากเงินขาดจะทำให้รู้ว่าตัดลดรายจ่ายส่วนไหนได้บ้าง
3. ตั้งเป้าหมายออมเงินที่เกิดขึ้นได้จริง สมเหตุผล อาจเริ่มจากเป้าหมายเล็ก ๆ เพื่อเป็นกำลังใจในการเก็บออม สิ่งสำคัญอย่าลืมตั้งเป้าหมายเก็บเงินออมสำรองฉุกเฉินเป็นอย่างแรก
4. จัดหมวดหมู่การใช้จ่าย เพื่อให้เราเห็นภาพรวมการใช้จ่าย มีเงินเหลือเงินขาด หากขาดจะปรับลดส่วนไหนได้บ้าง ซึ่ง Kakeibo แบ่งการจัดหมวดหมู่ค่าใช้จ่ายเป็น 4 หมวดด้วยกัน ได้แก่
- ค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เช่น ค่าอาหาร ของใช้ส่วนตัว
- ค่าใช้จ่ายตอบสนองความต้องการ เช่น ทานอาหารนอกบ้าน โทรศัพท์ใหม่
- ค่าใช้จ่ายเพื่อการเรียนรู้ เช่น ค่าสมัครสมาชิกแอป คอร์สเรียน
- ค่าใช้จ่ายพิเศษ เช่น ค่าซ่อมรถ ทำบุญ
5. สิ้นเดือนสรุปรายรับ รายจ่าย เงินออม เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การทำสรุปภาพรวมจะช่วยให้การจัดการทางการเงินแต่ละเดือนง่ายขึ้น
การออมด้วยวิธี Kakeibo มีแก่นแท้คือ การฝึกวินัยและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายโดยใช้วิธีที่เรียบง่าย ใคร ๆ ก็สามารถทำได้ อย่าลืมลองนำเทคนิคการจัดการเงินนี้ไปใช้กันนะครับ
ที่มา : หนังสือ Kakeibo: The Japanese Art of Budgeting & Saving Money
สนใจบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ออนไลน์ KKP SAVVY คลิก
* อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
1. จดบันทึกรายรับ – รายจ่าย ที่เกิดขึ้นเป็นประจำ ทำให้ทราบว่าเรามีรายรับเท่าไหร่ ทางไหนบ้าง ทั้งรายได้ประจำ รายได้เสริม และรายได้อื่น ๆ สำหรับรายจ่ายอาจจดรายจ่ายที่เกิดขึ้นเป็นประจำเพื่อนำมาคำนวณเงินเหลือหรือขาด
2. คำนวณจำนวนเงินคงเหลือแต่ละเดือน โดยนำรายรับและรายจ่ายในข้อ 1 มาหักลบกันจะทำให้ทราบว่าแต่ละเดือนครอบครัวเราเงินเหลือหรือเงินขาด หากเงินขาดจะทำให้รู้ว่าตัดลดรายจ่ายส่วนไหนได้บ้าง
3. ตั้งเป้าหมายออมเงินที่เกิดขึ้นได้จริง สมเหตุผล อาจเริ่มจากเป้าหมายเล็ก ๆ เพื่อเป็นกำลังใจในการเก็บออม สิ่งสำคัญอย่าลืมตั้งเป้าหมายเก็บเงินออมสำรองฉุกเฉินเป็นอย่างแรก
4. จัดหมวดหมู่การใช้จ่าย เพื่อให้เราเห็นภาพรวมการใช้จ่าย มีเงินเหลือเงินขาด หากขาดจะปรับลดส่วนไหนได้บ้าง ซึ่ง Kakeibo แบ่งการจัดหมวดหมู่ค่าใช้จ่ายเป็น 4 หมวดด้วยกัน ได้แก่
- ค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เช่น ค่าอาหาร ของใช้ส่วนตัว
- ค่าใช้จ่ายตอบสนองความต้องการ เช่น ทานอาหารนอกบ้าน โทรศัพท์ใหม่
- ค่าใช้จ่ายเพื่อการเรียนรู้ เช่น ค่าสมัครสมาชิกแอป คอร์สเรียน
- ค่าใช้จ่ายพิเศษ เช่น ค่าซ่อมรถ ทำบุญ
5. สิ้นเดือนสรุปรายรับ รายจ่าย เงินออม เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การทำสรุปภาพรวมจะช่วยให้การจัดการทางการเงินแต่ละเดือนง่ายขึ้น
การออมด้วยวิธี Kakeibo มีแก่นแท้คือ การฝึกวินัยและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายโดยใช้วิธีที่เรียบง่าย ใคร ๆ ก็สามารถทำได้ อย่าลืมลองนำเทคนิคการจัดการเงินนี้ไปใช้กันนะครับ
ที่มา : หนังสือ Kakeibo: The Japanese Art of Budgeting & Saving Money
สนใจบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ออนไลน์ KKP SAVVY คลิก
* อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด