Money Matter
เลือกทำประกันชีวิตอย่างไรให้ตอบโจทย์ที่สุด ?
- 09 ก.ค. 67
- 7,928

หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นกับคุณ โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่ส่งผลต่อชีวิตซึ่งแน่นอนว่าสร้างความเสียหายให้แก่ผู้ประสบเหตุทั้งสิ้น และหากถ้าคุณเป็นหัวหน้าหรือเสาหลักของครอบครัวด้วยแล้ว ความเสียหายจะไม่กระทบแค่บุคคลคนเดียวแต่ยังลามไปถึงบุคคลอื่นในครอบครัว ดังนั้นการทำประกันชีวิตเป็นตัวช่วยสำคัญที่ช่วยลดผลกระทบต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้
ความหมายของประกันชีวิต
ความหมายของประกันชีวิต หมายถึง การประกันภัยที่การจ่ายเงินอาศัยการทรงชีพหรือการมรณะของบุคคลเป็นเหตุของการจ่าย โดยระบุให้มีการจ่ายเงินผลประโยชน์ให้กับผู้เอาประกันภัย ถ้าผู้ประกันภัยมีอายุอยู่จนครบระยะเวลาที่ระบุในสัญญา หรือมีการจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนเท่ากับจำนวนเงินเอาประกันภัยให้แก่ผู้รับประโยชน์ ถ้าผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตภายในระยะเวลาที่สัญญาระบุ (ที่มา : หลักสูตรวางแผนการเงินชุดวิชาที่ 3 การวางแผนการประกันภัย)
หรือหากพูดให้เข้าใจง่ายก็คือ ประกันชีวิตจะมีการจ่ายเงินจำนวนหนึ่งแก่ผู้เอาประกันภัย (ผู้ซื้อประกัน) หากมีชีวิตอยู่ครบกำหนดสัญญา หรือจ่ายแก่ผู้รับประโยชน์หากผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตตามที่ระบุไว้ในสัญญา โดยประกันชีวิตสามารถแบ่งได้เป็น 4 แบบหลักและอีก 1 แบบพิเศษ ซึ่งผู้เอาประกันภัยควรเลือกให้เหมาะกับตัวเอง แต่ควรจะเลือกซื้ออย่างไรนั้น ไปติดตามรายละเอียดกันครับ
ประเภทของประกันชีวิต
เมื่อตัดสินใจว่าอยากทําประกันชีวิตให้ตัวเอง คำถามต่อมาที่ทุกคนน่าจะอยากรู้คือ แล้วจะเลือก "ทำประกันชีวิตแบบไหนดี ?" โดยประกันชีวิตสามารถแบ่งได้เป็น 4 แบบหลักและอีก 1 แบบพิเศษ ซึ่งแต่ละแบบจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันดังนี้
แบบชั่วระยะเวลา (Term Insurance)
ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา (Term Insurance) คือ การประกันชีวิตซึ่งสัญญาว่าจะให้ความคุ้มครองกรณีผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตภายในระยะเวลาที่กำหนด เช่น ราย 1 ปี, 5 ปี, 10 ปี, 15 ปี หรือ 20 ปี เป็นต้น โดยบริษัทจะจ่ายผลประโยชน์เท่ากับจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ผู้เอาประกันภัยได้ซื้อไว้ตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ จุดเด่นของแบบประกันภัยนี้คือ ให้ความคุ้มครองสูง จ่ายเบี้ยประกันภัยน้อย และสามารถใช้เป็นหลักประกันในการจำนองหรือขอสินเชื่อได้
แบบตลอดชีพ (Whole Life Insurance)
ประกันชีวิตประเภทนี้ให้ความคุ้มครองการเสียชีวิตเช่นเดียวกับแบบชั่วระยะเวลา แต่จะไม่มีการกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดของสัญญา ความคุ้มครองจะมีไปตลอดชีวิตของผู้เอาประกัน จุดเด่นของแบบประกันนี้คือ เน้นเรื่องความคุ้มครองมากกว่าการออมทรัพย์ เบี้ยประกันไม่ได้สูงมากเมื่อเทียบกับแบบออมทรัพย์ สามารถใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อ รวมถึงเวนคืนได้เมื่อกรมธรรม์มีมูลค่าเงินสด เหมาะอย่างยิ่งกับผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวที่จะทำเพื่อเป็นหลักประกันให้กับคนที่บ้าน
แบบสะสมทรัพย์ (Endowment Insurance)
นิยามคือการประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองการเสียชีวิตของผู้เอาประกันและจ่ายเงินผลประโยชน์ตามการทรงชีพหรือการมีชีวิตอยู่แก่ผู้เอาประกัน หากยังมีชีวิตอยู่ในวันครบกำหนดสัญญา ระบุเป็นจำนวนปีที่แน่นอน เช่น 10 ปี, 15 ปี หรือ 20 ปี เป็นต้น เป็นแบบประกันที่มีความผสมกันระหว่างแบบชั่วระยะเวลาและแบบตลอดชีพ จุดเด่นของแบบประกันชีวิตแบบนี้คือ เน้นการออมทรัพย์มากกว่าความคุ้มครอง มีการกำหนดระยะเวลาของสัญญาที่แน่นอน สามารถนำมาวางแผนเป็นเป้าหมายทางการเงินได้ เช่น การวางแผนการศึกษาบุตร แต่มีข้อควรพิจารณาคือ เป็นแบบประกันที่มีอัตราเบี้ยประกันที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับแบบอื่น/span>
แบบบำนาญ (Annuities Insurance)
ประกันชีวิตแบบบำนาญ (Annuities Insurance) คือการประกันชีวิตที่มีการจ่ายเงินผลประโยชน์ตามการทรงชีพหรือการมีชีวิตอยู่เพียงอย่างเดียว ก็คือหากผู้เอาประกันมีชีวิตอยู่ตามอายุที่ระบุในสัญญา บริษัทประกันจะจ่ายเงินผลประโยชน์ให้ผู้เอาประกันเป็นรายปีหรือรายเดือน ไปจนกว่าผู้เอาประกันจะเสียชีวิต จุดเด่นของแบบประกันนี้คือ เน้นการออมทรัพย์เพื่อเป็นแหล่งเงินไว้ใช้ยามเกษียณ โดยได้รับเป็นรายได้ประจำที่คงที่ และหากมีความต้องการใช้เงินก้อนก็สามารถเวนคืนกรมธรรม์ในลักษณะมูลค่าเงินสดได้
แบบควบการลงทุน (Unit Linked Insurance) *แบบพิเศษ
คือ การประกันชีวิตที่บริษัทประกันภัยขายควบกับกองทุนรวม ทำให้ผู้ซื้อได้รับทั้งเรื่องของความคุ้มครองจากการประกันชีวิตและผลตอบแทนจากการลงทุน โดยผู้เอาประกันจะเป็นผู้ตัดสินใจเลือกกองทุนรวมที่จะลงทุน รวมถึงมูลค่าที่จะลงทุน จุดเด่นของแบบประกันชีวิตแบบนี้คือ เหมาะกับผู้เอาประกันภัยที่ต้องการผลตอบแทนจากเงินลงทุนที่สูง แต่ก็ยังมีความคุ้มครองด้านประกันชีวิตด้วย เบี้ยประกันและวงเงินคุ้มครองมีความยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนได้ แต่มีข้อควรพิจารณาคือ ผู้เอาประกันต้องรับความเสี่ยงจากการลงทุนเอง อาจไม่เหมาะกับผู้ที่ไม่มีความรู้ด้านการลงทุนหรือต้องการเน้นการออมทรัพย์
จะสังเกตได้ว่าแบบประกันชีวิตทั้ง 5 ประเภท ถูกออกแบบขึ้นเพื่อให้มีความสอดคล้องและเหมาะสมกับเป้าหมายทางการเงินของแต่ละบุคคล แต่ประกันชีวิตทุกแบบมีหน้าที่หลักคือรับถ่ายโอนความเสี่ยงชีวิตจากผู้เอาประกัน ไปยังบริษัทประกัน ดังนั้น การวางแผนและเลือกซื้อประกันชีวิตให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเราจึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็น นอกจากเรื่องความคุ้มครองที่ได้รับแล้ว ยังอาจได้รับผลตอบแทนจากการลงทุน รวมถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษีอีกต่อหนึ่งด้วย
ปัจจัยในการเลือกทำประกันชีวิต
- วัตถุประสงค์ในการทำประกัน คุณต้องการความคุ้มครอง การออม หรือการลงทุน? แต่ละแบบประกันมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ดังนั้นควรเลือกให้ตรงกับความต้องการของคุณ
- อายุและสถานะทางสุขภาพ ปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อเบี้ยประกันและความคุ้มครองที่คุณจะได้รับ โดยทั่วไป ยิ่งอายุน้อยและสุขภาพดี เบี้ยประกันก็จะยิ่งถูกลง
- ความสามารถในการจ่ายเบี้ยประกัน เลือกแบบประกันที่สอดคล้องกับรายได้และค่าใช้จ่ายของคุณ เพื่อให้สามารถจ่ายเบี้ยประกันได้อย่างต่อเนื่อง
- ระยะเวลาความคุ้มครอง พิจารณาว่าคุณต้องการความคุ้มครองระยะสั้นหรือระยะยาว ซึ่งจะช่วยในการเลือกระหว่างแบบชั่วระยะเวลา แบบตลอดชีพ หรือแบบสะสมทรัพย์
- สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม นอกจากความคุ้มครองหลัก ควรพิจารณาสิทธิประโยชน์อื่น ๆ เช่น การรักษาพยาบาล หรือความคุ้มครองโรคร้ายแรง ที่อาจเป็นประโยชน์สำหรับคุณและครอบครัว
การทำประกันชีวิตเป็นการลงทุนในอนาคต ทั้งเพื่อตัวคุณเองและคนในครอบครัว ดังนั้น จึงควรพิจารณาอย่างรอบคอบและเลือกแบบประกันที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณที่สุด เพื่อให้คุณสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจและไร้กังวล
สนใจผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตจากธนาคารเกียรตินาคินภัทร คลิก
* ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน