Money

โบนัสออกทั้งที ใช้อย่างไรให้คุ้มค่า

Post by | Admin

เข้าสู่เทศกาลปีใหม่ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง และสำหรับใครหลายคนยังเป็นช่วงที่รอคอยรับเงิน “โบนัส” อีกด้วย หลังจากทุ่มเททำงานมาทั้งปี

เมื่อได้รับเงินโบนัสแล้ว ก็อย่าเพิ่งรีบใช้จนหมด ควรจะวางแผนการใช้เงินก้อนนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด วันนี้เรามีวิธีจัดสรรเงินโบนัสอย่างเหมาะสมมาแนะนำ เพื่อเป็นแนวทางใน การวางแผนให้รางวัลชีวิต และเก็บออมเพื่ออนาคต โดยเริ่มจากการแบ่งสัดส่วนเงินเป็นก้อนหลักๆ 4 ส่วนดังนี้

 1 โปะหนี้ 30%

หากมีภาระหนี้ที่ต้องเสียดอกเบี้ยในอัตราที่สูง เช่น หนี้นอกระบบ หนี้บัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล ควรลดภาระหนี้ส่วนนี้ก่อนด้วยการลดเงินต้น จะช่วยให้เสียดอกเบี้ยลดลงไปได้มาก เพราะดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายนี้จะคำนวณจากเงินต้นคงเหลือ ยิ่งเงินต้นสูงดอกเบี้ยก็สูงตาม ดังนั้น หากสามารถปิดภาระหนี้ที่มีได้หมดจะช่วยให้หมดกังวลกับภาระหนี้ได้  หรือหากมีภาระผ่อนบ้าน การนำเงินก้อนที่ได้บางส่วนแบ่งมาจ่ายเพิ่มจะช่วยลดระยะเวลาในการผ่อนบ้านให้หมดเร็วขึ้นได้

2 ให้รางวัลกับตัวเอง 20%

ทำงานหนักมาทั้งปี เมื่อได้เงินก้อนใหญ่มาก็ควรแบ่งเงินบางส่วนซื้อความสุขให้ตัวเองกันสักหน่อย อาจจะเป็นการซื้อของที่อยากได้ หรือการท่องเที่ยวทริปในฝัน แต่ต้องระวังอย่าใช้เงินเกินจากส่วนที่จัดสรรไว้

ส่วนใครที่ไม่รู้ว่าจะให้รางวัลให้ตัวเองแบบไหนดี เรามีคำแนะนำมาฝาก ลองใช้เงินไปเที่ยวพักผ่อน ใช้เวลากับครอบครัวหรือคนที่เรารัก ถือเป็นการเปิดรับประสบการณ์ชีวิตใหม่ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจและเป็นแรงกระตุ้นให้กับตัวเองในการทำงานในปีต่อไป

3 ออมเงิน/ลงทุน 40%

เมื่อได้เงินโบนัสมาถือเป็นโอกาสที่ดีในการเริ่มต้นเก็บออม เพื่อให้มีเงินสำรองฉุกเฉินกรณีเกิดเหตุไม่คาดฝัน ซึ่งรูปแบบการออมก็ขึ้นอยู่กับสภาพคล่องและความเสี่ยงที่รับได้ของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นเงินฝากที่เป็นการลงทุนที่ความเสี่ยงต่ำที่สุดแต่ก็มีผลตอบแทนที่ต่ำที่สุด หรือสลากออมสิน, สลาก ธ.ก.ส.  ก็เป็นการฝากเงินที่มีโอกาสลุ้นรับรางวัลด้วย  หรือจะเลือกทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ที่มีสภาพคล่องน้อยกว่า

ส่วนคนที่มีเงินเก็บอยู่แล้ว อาจแบ่งโบนัสบางส่วนที่ได้มาต่อยอดเงินโบนัสให้งอกเงย สำหรับนักลงทุนมือใหม่เราอยากแนะนำการลงทุนในกองทุนรวม เพราะเหมาะสมกับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาในการจัดการการลงทุนด้วยตัวเอง และกองทุนก็มีผู้เชี่ยวชาญหรือมืออาชีพด้านการลงทุนมาบริหารการลงทุนให้เราด้วย

การนำเงินโบนัสมาลงทุนเพื่อสร้างความมั่งคั่งในอนาคตถือเป็นเรื่องดี แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า “การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน” และอย่าลงทุนจนเกินกำลังของตัวเอง

4 พัฒนาตนเอง 10%

 สำหรับมนุษย์เงินเดือน การพัฒนาศักยภาพของตัวเองอยู่เสมอเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราเติบโตในการทำงาน ดังนั้นเมื่อได้เงินก้อนใหญ่มาลองแบ่งเงินสัก ก้อนเพื่อใช้เรียนรู้ในเรื่องที่คุณสนใจ อาจเริ่มจากง่ายๆเช่น ซื้อหนังสือที่น่าสนใจมาอ่าน หรือ หาคอร์สเรียนเพื่อเพิ่มทักษะ ด้านภาษา, ลงคอร์สสัมมนาที่เราสนใจ, ซื้ออุปกรณ์ที่จำ เป็นต่อการเรียนรู้และพัฒนาทักษะที่เราสนใจ

ทั้งนี้การแบ่งเงินเป็นสัดส่วนนั้นไม่ได้มีข้อกำหนดตายตัวขึ้นอยู่กับความจำเป็นและสถานะทางการเงินของแต่ละบุคคล ได้แนวทางการจัดสรรโบนัสอย่างนี้แล้ว น่าจะทำให้การใช้เงินโบนัสของคุณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุดและเมื่อใช้เงินแล้วก็ต้องกลับมาตั้งใจทำงานให้ดีขึ้นกันต่อไป เพราะไม่แน่ปีต่อไปเราอาจจะได้รับเงินโบนัสที่มากขึ้นกว่าเดิมก็ได้

แนวโน้มของราคาทอง

มั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม

 

ไปดูเหตุผลที่ตลาดไม่เชื่อ หนึ่งในนั้นก็เพราะ กำลังการผลิตนอกกลุ่ม OPEC ก็ยังเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในสหรัฐ จากตัวเลขแท่นขุดเจาะรายสัปดาห์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แทบทุกสัปดาห์ตั้งแต่ย่างเข้าไป 2017 เป็นต้นมา รวมถึงการเดินกำลังการผลิต Shale Oil และ Shale Gas ที่สะท้อนว่า ต้นทุนการผลิตของเทคโนโลยีนี้ เข้ามาใกล้จุดที่สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตน้ำดิบได้แล้วถ้ามองภาพใหญ่กว่านั้น ราคาน้ำมันก็โดนกดดันอยู่มาอย่างต่อเนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด หรือ Clean Energy โดยเทคโนโลยีที่จะมาเป็นคู่แข่งพลังงานน้ำมันจริงๆ ก็คือ Power Storage หรือ ตัวเก็บประจุไฟฟ้า นั้นเอง เพราะตัวเก็บประจุไฟฟ้า หรือ Power Storage จะทำให้การใช้พลังงานสะอาดมีเสถียรภาพมากขึ้น ยกตัวอย่าง ถ้าใช้พลังงานแสงอาทิตย์ แต่ไม่มีตัวเก็บประจุ ก็แปลว่า เราจะใช้ไฟฟ้าได้แค่ตอนช่วงกลางวันเท่านั้น ดังนั้น เทคโนโลยี Power Storage จึงถือว่ามีความสำคัญ และเป็นจุดเปลี่ยนอีกหนึ่งอย่างที่จะทำให้ต้นทุนการผลิตพลังงานสะอาดต่ำลงไปอีก และเข้าถึงคนจำนวนมากกว่าปัจจุบัน

สรุปทิศทางราคาน้ำมัน

ราคาน้ำมันถูกเทขายลงมาที่ ราวๆ 42-43 ดอลลาร์ กลางเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งประเด็นหลักๆ มาจากตลาดเริ่มไม่เชื่อมั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม