Money

“บัตรกดเงินสด” รู้ไว้ใช้ให้เป็น

Post by | Admin

บัตรกดเงินสด เป็นสินเชื่อทางการเงินที่ให้แก่บุคคลธรรมดา โดยความนิยมใช้งานบัตรเงินสดมีสองรูปแบบ คือ ใช้กดเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม และ ใช้ซื้อสินค้า หรือซื้อสินค้าเงินผ่อน ซึ่งบัตรกดเงินสดนี้ จะไม่มีการเรียกเก็บชำระหนี้หรือคิดดอกเบี้ยใดๆ เลย หากเราไม่มีการใช้บัตรเพื่อกดเงินสด หรือซื้อสินค้า วันนี้เรามาทำความรู้จักกับการใช้งาน รวมถึงประโยชน์และข้อเสียของบัตรกดเงินสดกัน

เริ่มจาก การใช้บัตรเพื่อกดเงินสด ผู้ถือบัตรสามารถใช้เบิกถอนเงินสดได้ตามวงเงินที่ได้รับอนุมัติ โดยไม่ต้องมีเงินในบัญชี ซึ่งบางสถาบันการเงินสามารถเบิกถอนเงินสดได้ฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียมการกดเงิน แต่อัตราดอกเบี้ยจะสูงกว่าสินเชื่อประเภทอื่นๆ แต่ไม่ต้องกังวลไป ดอกเบี้ยบัตรกดเงินสดเป็นแบบลดต้นลดดอก ยิ่งถ้าเราจ่ายชำระคืนมาก เงินต้นลด ดอกเบี้ยก็ลดตาม ดังนั้นเมื่อเราใช้เงินจากบัตรกดเงินสด เราควรจ่ายชำระคืนให้มากกว่าที่สถาบันการเงินเรียกเก็บมา และก่อนใช้งานบัตรกดเงินสด ต้องมั่นใจว่าจะสามารถผ่อนเงินได้ครบจำนวนเท่านั้นจึงจะตัดสินใจกดเงินสดมาใช้ ส่วนวิธีการชำระเงิน ก็สามารถเลือกชำระแบบรายเดือน หรือเลือกชำระขั้นต่ำก็ได้ โดยการคิดดอกเบี้ยจะเป็นการคำนวณจากวงเงินที่ถูกใช้ไป และจำนวนเงินที่ถูกจ่ายชำระคืน ดังนั้นระยะเวลาในการผ่อนชำระจะคำนวนจากวงเงินคงเหลือในแต่ละเดือน หากชำระเงินต่อเดือนจำนวนมาก ระยะเวลาผ่อนชำระจะสั้นลง แต่หากตัดสินใจเลือกที่จะชำระด้วยยอดขั้นต่ำ ระยะเวลาผ่อนชำระก็จะยาวขึ้น และที่สำคัญจำนวนดอกเบี้ยที่จะต้องเสียมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นหากมีการผิดนัดชำระ อาจมีค่าปรับอื่น ๆ เพิ่มเติมอีก เช่น ค่าติดตามทวงหนี้

ต่อมา เป็นการใช้บัตรในการรูดซื้อสินค้า หรือซื้อสินค้าเงินผ่อน บัตรกดเงินสดมันจะมีโปรโมชั่นในการรูดซื้อสินค้าโดยการให้สิทธิ์ผ่อนชำระสินค้าและบริการในอัตราดอกเบี้ยต่ำ เช่น ผ่อนชำระ 0% โดยการให้สิทธิ์ผ่อนชำระลักษณะนี้เป็นการช่วยเพิ่มสภาพคล่องของเงินสดในกระเป๋าของเราในแต่ละเดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนที่ต้องมีการซื้อของชิ้นใหญ่ เช่น แทนที่จะซื้อเครื่องซักผ้าในราคา 10,000 บาทด้วยเงินสด เราสามารถเลือกผ่อน 0% 10 เดือน หรือจ่ายเงินเพียงเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 10 เดือน ทำให้เราลดภาระรายจ่ายก้อนโตในหนึ่งเดือนลง แต่ก็ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นของแต่ละสถาบันการเงิน

ทั้งนี้ด้วยโปรโมชั่นดึงดูดใจ ทำให้ดึงดูดการใช้บัตรกดเงินสดซื้อของได้ง่ายขึ้น ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องมีวินัยอย่างสูงในการเลือกซื้อของ ใช้ซื้อแต่ของที่จำเป็น และอย่าซื้อของเงิน แบบผ่อนชำระหลายๆ รายการพร้อมกัน จนเกินความสามารถในการชำระหนี้ในแต่ละเดือน ถึงแม้เราจะใช้สิทธิ์ผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% แต่ก็ยังคงมีความเสี่ยงที่ต้องรับภาระดอกเบี้ยหากมีการผิดนัดชำระ ดังนั้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงนี้เราแนะนำให้ใช้บริการตัดบัญชีอัตโนมัติ (Direct Debit) ในการให้ระบบตัดเงินเพื่อชำระหนี้อัตโนมัติ และอย่าลืมที่จะตรวจสอบรายการที่ต้องชำระ และวันครบกำหนดชำระอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้น ผู้ถือบัตรจึงต้องควบคุมการใช้จ่ายไม่ให้การใช้จ่ายของตนเอง ย้อนกับมาทำร้ายตัวเองได้ในภายหลัง

และสำหรับบัตรกดเงินสดในตลาดนั้นมีหลายประเภท หากต้องใช้บริการบัตรกดเงินสด เราขอแนะนำสินเชื่อบัตรกดเงินสด KK Cash Card ซึ่งนอกจากสมัครง่ายแล้ว ยังฟรีค่าธรรมเนียมในการเบิกถอนเงินสดทุกที่ทั่วไทย พร้อมทั้งส่วนลดร้านอีกมากมาย ที่มีเครื่องหมาย UnionPay สนใจสมัคร คลิก

 

แนวโน้มของราคาทอง

มั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม

 

ไปดูเหตุผลที่ตลาดไม่เชื่อ หนึ่งในนั้นก็เพราะ กำลังการผลิตนอกกลุ่ม OPEC ก็ยังเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในสหรัฐ จากตัวเลขแท่นขุดเจาะรายสัปดาห์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แทบทุกสัปดาห์ตั้งแต่ย่างเข้าไป 2017 เป็นต้นมา รวมถึงการเดินกำลังการผลิต Shale Oil และ Shale Gas ที่สะท้อนว่า ต้นทุนการผลิตของเทคโนโลยีนี้ เข้ามาใกล้จุดที่สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตน้ำดิบได้แล้วถ้ามองภาพใหญ่กว่านั้น ราคาน้ำมันก็โดนกดดันอยู่มาอย่างต่อเนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด หรือ Clean Energy โดยเทคโนโลยีที่จะมาเป็นคู่แข่งพลังงานน้ำมันจริงๆ ก็คือ Power Storage หรือ ตัวเก็บประจุไฟฟ้า นั้นเอง เพราะตัวเก็บประจุไฟฟ้า หรือ Power Storage จะทำให้การใช้พลังงานสะอาดมีเสถียรภาพมากขึ้น ยกตัวอย่าง ถ้าใช้พลังงานแสงอาทิตย์ แต่ไม่มีตัวเก็บประจุ ก็แปลว่า เราจะใช้ไฟฟ้าได้แค่ตอนช่วงกลางวันเท่านั้น ดังนั้น เทคโนโลยี Power Storage จึงถือว่ามีความสำคัญ และเป็นจุดเปลี่ยนอีกหนึ่งอย่างที่จะทำให้ต้นทุนการผลิตพลังงานสะอาดต่ำลงไปอีก และเข้าถึงคนจำนวนมากกว่าปัจจุบัน

สรุปทิศทางราคาน้ำมัน

ราคาน้ำมันถูกเทขายลงมาที่ ราวๆ 42-43 ดอลลาร์ กลางเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งประเด็นหลักๆ มาจากตลาดเริ่มไม่เชื่อมั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม

# อื่นๆที่น่าสนใจ

แนะนำจากบทความ
27 ม.ค. 2563
รู้จักกับสินเชื่อส่วนบุคคล ทางเลือกแหล่งเงินทุนของคนทั่วไป
Money
08 พ.ค. 2562
ขอสินเชื่อให้ผ่าน ไม่ยากอย่างที่คิด
Money