Economic
Deindustrialization ธงแดงของเศรษฐกิจไทยที่ต้องเตรียมรับมือ
- 08 ธ.ค. 68
- 3,722

Key Takeaways:
- ภาคอุตสาหกรรมไทยเข้าสู่ช่วงหดตัว หรือ Deindustrialization เร็วกว่าที่ควรจะเป็นหรือเกิดขึ้นในช่วงที่ไทยยังไม่สามารถก้าวขึ้นเป็นประเทศรายได้สูง และกำลังกดดันให้เศรษฐกิจไม่สามารถกลับมาเติบโตได้เท่าเดิมโดยเฉพาะตั้งแต่หลังโควิดเป็นต้นมา
- ขณะที่กระแสโลกาภิวัตน์ย้อนกลับ หรือ Deglobalization การแข่งขันจากจีน และการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี กำลังเร่งกระบวนการนี้ให้เกิดเร็วและรุนแรงขึ้น ส่วนภาคเกษตรกรรมและภาคบริการ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่เคยเข้ามาช่วยพยุงจะไม่สามารถชดเชยการหดตัวดังกล่าวได้เพียงพออีกต่อไป
- นโยบายอุตสาหกรรมเพื่อเปลี่ยนผ่านจากภาคอุตสาหกรรมเดิมไปสู่อุตสาหกรรมใหม่หรือภาคบริการอื่น ๆ ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนที่สุดของเศรษฐกิจไทย
วันที่ประเทศกำลังพัฒนาเริ่มหยุดโต
KKP Research โดยกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร วิเคราะห์ว่าช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะตั้งแต่หลังวิกฤตโควิด-19 เริ่มมีปรากฎการณ์หนึ่งที่น่าสนใจ คือ เศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาเติบโตช้าลง และคาดว่าจะโตช้าลงอีกเมื่อเทียบกับในอดีตและเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งเศรษฐกิจไทยเป็นหนึ่งในนั้นจากข้อมูลล่าสุดของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในเดือนตุลาคม 2025 คาดว่าการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศพัฒนาแล้วจะโตได้ใกล้เคียงเดิมจากเฉลี่ย ที่ 1.6% ในปี 2024 เป็น 1.5% ในปี 2030 ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาจะเติบโตลดลงจาก 4.8% เหลือเพียง 3.8% โดยปกติแล้วนักเศรษฐศาสตร์จะมีความเชื่อว่าประเทศกำลังพัฒนาควรจะเติบโตได้เร็วกว่าประเทศพัฒนาแล้ว จากฐานที่ต่ำกว่า โอกาสในการเพิ่มผลิตภาพที่มากกว่า โอกาสในการสะสมทุนเพิ่มเติม และแนวโน้มของประชากรที่ยังเติบโตและสามารถเพิ่มผลิตภาพได้
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มที่เกิดขึ้นในระยะหลังสร้างความกังวลว่า เศรษฐกิจในประเทศกำลังพัฒนาจะไม่สามารถ “ไล่ทัน” หรือ “catch up” ประเทศพัฒนาแล้วได้เพราะประเทศกำลังพัฒนามีแนวโน้มโตช้าลงในขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วมีแนวโน้มโตดีขึ้นต่อเนื่อง คำถามที่น่าสนใจ คือ ทำไมปรากฎการณ์นี้จึงเกิดขึ้น และประเทศกำลังพัฒนาจะมีทางออกในการพัฒนาเศรษฐกิจต่อไปอย่างไร
