Economic

ความขัดแย้งยูเครน-รัสเซีย กับผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

  • 09 มี.ค. 65
  • 13,501
KKPResearch_Ukraine-Russia_Conflict_544x388


Key Takeaways:


  • KKP Research โดยเกียรตินาคินภัทรประเมินว่าสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างยูเครนและรัสเซียยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยมีทางออกที่เป็นไปได้ 3 ทาง คือ 1) รัสเซียบุกเข้ายึดกรุงเคียฟและโค่นล้มรัฐบาลยูเครนสำเร็จ 2) การเจรจาหยุดยิงระหว่างยูเครนและรัสเซียประสบความสำเร็จ 3) สงครามยืดเยื้อเป็นเวลานานและแผ่วงกว้าง อย่างไรก็ตามจากความขัดแย้งระหว่างยูเครนและรัสเซียเป็นมากกว่าความขัดแย้งด้านเศรษฐกิจ ทำให้การเจรจาเกิดขึ้นได้ยากและสงครามมีแนวโน้มยืดเยื้อและกระทบเศรษฐกิจมากขึ้น
  • แม้ว่าสหรัฐ ฯ และยุโรปจะมีการตัดธนาคารบางแห่งของรัสเซียออกจากระบบ SWIFT หรือเครือข่ายทางการเงินระดับโลกและส่งผลให้ค่าเงิน RUB อ่อนค่าลงมหาศาล แต่มาตรการดังกล่าวจะยังไม่เพียงพอที่จะทำให้รัสเซียยุติสงคราม และสงครามยังคงมีแนวโน้มยืดเยื้อต่อไป
  • มีความเป็นไปได้ที่ประเทศตะวันตกจะนำมาตรการคว่ำบาตรทางพลังงานมาใช้จริงในช่วงหลังจากนี้ จากท่าทีของเยอรมันเปลี่ยนไปในรอบหลายปีหากรัสเซียเพิ่มความรุนแรงในยูเครน ในกรณีดังกล่าวหากน้ำมันดิบจากรัสเซียถูดตัดขาดจากตลาดโลกอาจทำให้ราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจาก 100 ดอลลาร์สหรัฐฯเป็น 200 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล
  • KKP Research ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะ Stagflation ชัดเจนขึ้น โดยเศรษฐกิจจะโตได้ช้าลงในขณะที่เงินเฟ้อสูงขึ้นเร็ว ผ่านผลกระทบใน 3 ช่องทางหลัก คือ 1) การค้าระหว่างประเทศที่อาจชะลอตัวลงตามเศรษฐกิจยุโรป 2) อัตราเงินเฟ้ออาจพุ่งสูงขึ้นเกิน 4% ในปี 2022 สูงที่สุดในรอบ 14 ปีตามราคาพลังงานโลก และ 3) นักท่องเที่ยวรัสเซียซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่กลับมาได้เร็วในช่วงหลังโควิด-19 จะหายไป ทั้งหมดจะส่งผลต่อเนื่องให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลลดลงและเป็นแรงกดดันต่อค่าเงินบาทให้อ่อนค่าลงในระยะสั้นได้