Money

รถยนต์ สินทรัพย์ที่เพิ่มโอกาสให้คุณมีชีวิตที่ดีขึ้น

Post by | Admin

ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์ด้านสาธารณสุขและวิกฤตโควิด-19 ได้สร้างผลกระทบแผ่กว้างในระดับโลก กระทบแทบทุกอุตสาหกรรม และทำให้ทุกชีวิตต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงในทุกๆ วัน หลายธุรกิจและหลายชีวิตจึงจำเป็นต้องเรียนรู้ปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกับวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้

เช่นเดียวกับธนาคารเกียรตินาคินภัทรที่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงแบบรอบด้าน ส่งผลให้รูปแบบการให้บริการ ตลอดจนฟีเจอร์ของสินค้าและบริการต่างๆ ต้องเปลี่ยนไป เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของคู่ค้าและลูกค้าได้มากที่สุด หนึ่งในนั้นก็คือ สินค้าและบริการสำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์หรือ KKP AUTO

สำหรับ Exclusive Interview ในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากคุณกุสุมาลย์ โลว์ศลารักษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ประธานสายธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ มาร่วมแชร์มุมมองเกี่ยวกับตลาดรถยนต์ในปี 2565 ทั้งรถยนต์ใหม่ รถยนต์ใช้แล้ว รถยนต์ EV พร้อมเล่าถึงการรีแบรนด์ครั้งใหญ่ให้กับ “รถเรียกเงิน” สินเชื่อที่มาพร้อมโอกาสใหม่เพื่อสนับสนุนให้นักสู้ทุกคนได้มีชีวิตและธุรกิจที่ดีขึ้น

 

HIGHLIGHTS

  • ไตรมาสที่ 2 ปี 2565 กำลังการซื้อและกำลังการผลิตของตลาดรถยนต์ใหม่และรถยนต์ใช้แล้วจะเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ ส่งผลให้ตลาดสินเชื่อรถยนต์โตตามไปด้วย ในขณะเดียวกันวิกฤตโควิดก็ส่งผลให้ตลาดรถยนต์ใช้แล้วหรือเต็นท์รถมือสองปรับตัวขายผ่านช่องออนไลน์มากขึ้น ผู้ซื้อและผู้ขายพบโอกาสใหม่ที่ง่ายและสะดวกกว่าเดิม รวมทั้งกระแสความนิยมรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะรถกลุ่ม Hybrid EV ทำให้ทุกธนาคารจึงต้องปรับตัวออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการให้ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงนี้
  • ในปัจจุบันรถยนต์ได้กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีคนถือครองเป็นจำนวนมาก และเป็นสินทรัพย์ที่มีความคล่องตัวสูงที่คนนิยมนำมาใช้ลงทุนเพื่อต่อยอดเพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจ หรือเพิ่มโอกาสใหม่ๆ ในชีวิต เช่น ใช้เป็นหลักประกันเงินกู้สินเชื่อเงินสด ส่งผลให้มีผลิตภัณฑ์สินเชื่อเกี่ยวกับรถยนต์ออกมาเป็นจำนวนมาก
  • KKP AUTO ได้รีแบรนด์สินเชื่อ Car Quick Cash และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "สินเชื่อรถเรียกเงิน" เพื่อให้เข้าถึงตลาดและตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยยังคงเป็นสินเชื่อรีไฟแนนซ์รถยนต์หรือการให้กู้เงินโดยใช้รถยนต์เป็นหลักประกัน มีทั้งแบบโอนเล่มทะเบียนและไม่โอนเล่มทะเบียน พร้อมปรับรูปแบบบริการให้สะดวก รวดเร็ว อนุมัติง่าย และได้วงเงินสูงมากขึ้น รวมทั้งออกแบบเว็บไซต์ใหม่ให้ลูกค้าสามารถเข้าไปตรวจสอบวงเงินกู้ และสมัครออนไลน์ได้ด้วยตัวเอง

ตลาดรถยนต์เตรียมฟื้นตัวในปี 2565 ตอบรับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น 

ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา วิกฤตโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมรถยนต์อย่างต่อเนื่อง ทั้งในเรื่องของการผลิตที่ต้องหยุดชะงักเพราะการระบาดของโรค รวมทั้งปัญหาชิปเซ็ตขาดตลาด ซึ่งคุณกุสุมาลย์ได้เล่าถึงผลกระทบดังกล่าวไว้ว่า 

“ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2564 กำลังการผลิตรถยนต์ลดลงเยอะมาก ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากชิปเซ็ต (Chipset) ขาดตลาดไปทั่วโลก เพราะวิกฤตโควิด-19 ทำให้หลายคนต้องทำงานอยู่บ้านและเรียนออนไลน์มากขึ้น จึงมีความต้องการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทั้งสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต แล็ปท็อป คอมพิวเตอร์ รวมทั้งเกมคอนโซล ส่งผลให้ต้องแบ่งชิปเซ็ตไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ จนทำให้ชิปเซ็ตขาดตลาด แต่ก็คาดว่าทั้งกำลังการผลิตและกำลังซื้อก็จะกลับมาเป็นปกติภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2565 ซึ่งน่าจะเป็นปีที่ดีทั้งของตลาดรถยนต์ใหม่และรถยนต์ใช้แล้ว 

ส่งผลให้สินเชื่อรถยนต์เติบโตตามไปด้วย เห็นได้จากสัดส่วนระหว่างคนซื้อรถยนต์ด้วยเงินสดกับซื้อผ่านสินเชื่อ จากเดิมอยู่ที่ประมาณ 30 : 70 แต่เนื่องด้วยเศรษฐกิจในปัจจุบันประกอบกับสินเชื่อรถยนต์มีความหลากหลายมากขึ้น ทำให้คนหันมาใช้บริการสินเชื่อรถยนต์มากเกือบ 90% ดังนั้นปี 2565 จึงน่าจะเป็นอีกปีหนึ่งที่ตลาดสินเชื่อโดยรวมโตขึ้น 5-10%” 
Exclusive_Interview_Khun_Kusumann_PIC01

“รถยนต์ใช้แล้วหรือรถยนต์มือสอง” โอกาสใหญ่กับการปรับตัวซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์

อีกหนึ่งธุรกิจที่ได้รับผลกระทบก็คือ ธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วหรือเต็นท์รถมือสองที่ต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคและวิถีชีวิตแบบ New Normal คงไม่มีใครคิดกันมาก่อนว่า เราจะสามารถซื้อขายรถมือสองผ่านช่องทางออนไลน์ได้  และที่เหนือความคาดหมายมากไปกว่านั้นก็คือ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้กลับทำให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายพบโอกาสใหม่ที่ช่วยปิดการขาย และตอบโจทย์ชีวิตได้ดีกว่าเดิม 

โดยคุณกุสุมาลย์ได้เล่าถึงการปรับตัวของตลาดรถยนต์ใช้แล้วเข้าสู่ช่องทางออนไลน์ไว้ว่า 

“วิกฤตโควิดที่ผ่านมาส่งผลให้ตลาดรถใช้แล้วเกิดการปรับตัวครั้งใหญ่ เมื่อลูกค้าไม่สะดวกเดินทางไปดูรถด้วยตัวเอง ทำให้เต็นท์รถต้องปรับรูปแบบการให้บริการเป็นการส่งรถไปให้ลูกค้าดูถึงที่ กระบวนการต่างๆ ทั้งของฝั่งเต็นท์รถและฝั่งสินเชื่อธนาคารก็ต้องเปลี่ยนไปด้วย 

ช่วงก่อนโควิด ผู้ประกอบการต่างคิดภาพไม่ออกว่า ถ้าลูกค้าไม่ได้ไปที่เต็นท์รถแล้วจะเกิดการซื้อขายได้อย่างไร คงไม่มีใครยอมโอนเงิน 5 แสน 8 แสน มาให้ทั้งๆ ที่ไม่เคยได้เห็นรถเลย แต่เมื่อโควิดทำให้ทุกคนต้องปรับตัวใช้ช่องทางซื้อขายออนไลน์เป็นหลัก ผู้ประกอบการต่างก็ต้องเร่งสร้างตัวตนทำให้เกิด Word of Mouth หรือการบอกต่อในโลกออนไลน์ ทั้งในด้านคุณภาพ มาตรฐาน และความน่าเชื่อถือ ซึ่งก็ทำให้ตัวเลขการซื้อขายรถมือสองออนไลน์ในปัจจุบันเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 50-60% ของตลาดรถมือสองทั้งหมด  

การพลิกของอุตสาหกรรมรถยนต์ที่เกิดขึ้นกลายเป็นบทเรียนสำคัญให้กับธนาคาร ต้องหันมาทบทวนกระบวนการใหม่ทั้งหมดเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จากเดิมเรามองว่าเป็นการให้บริการแบบ 1 ต่อ 1 คือ เซลล์ 1 คนต่อดีลเลอร์ 1 ราย แต่ในปัจจุบันสามารถเป็น 1 ต่อ 2 หรือ 1 ต่อ 100 ได้ด้วยซ้ำ เซลล์อาจจะอยู่กรุงเทพฯ ในขณะที่ดีลเลอร์อยู่อุดรธานีและจังหวัดอื่นๆ ซึ่งเราโชคดีมากที่มีทีมงานเป็นคนรุ่นใหม่ ปรับกระบวนการต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ปีที่ผ่านมา ธนาคารสามารถให้บริการและสนับสนุนดีลเลอร์ในเรื่องการซื้อขายออนไลน์ได้ค่อนข้างเร็วที่สุดในตลาด 

อีกหนึ่งโอกาสสำคัญที่เห็นได้ชัดก็คือ ลูกค้ามีอำนาจต่อรองมากขึ้นกว่าเดิม เพราะเมื่อดีลเลอร์ส่งรถมาให้ดูที่บ้าน ลูกค้าก็สามารถดูได้เต็มที่ ไม่ต้องรีบตัดสินใจ สามารถชวนเพื่อนที่เก่งๆ มาช่วยดูได้ ขณะที่ดีลเลอร์เองก็มีค่าใช้จ่ายเรื่องการส่งรถไปให้ลูกค้าดู และไม่อยากมารับรถกลับทั้งๆ ที่ขายไม่ได้ จึงพยายามปิดการขายให้ได้มากขึ้น ทำให้สถานการณ์ซื้อขายรถมือสองในปีที่ผ่านมาเป็นเรื่องง่าย สะดวก และมีจำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 

จากตัวอย่างทั้งหมดจะเห็นได้ว่าอุตสาหกรรมรถยนต์เป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงได้ง่ายและไวมาก และจะยังคงเปลี่ยนแปลงได้อีกเรื่อยๆ ทำให้ธนาคารเราต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลา”


“โครงสร้างพื้นฐาน” ปัจจัยสำคัญเพื่อเสริมการเติบโตให้ตลาดรถยนต์ EV  
อีกหนึ่งกระแสที่มาแรงก็คือตลาดรถยนต์ EV (Electric Vehicles) ที่ค่ายรถยนต์ต่างพากันเปิดตัว รวมทั้งประกาศแผนการผลิตและการสนับสนุนการใช้พลังงานทางเลือกทดแทนการใช้น้ำมันในระยะยาว แต่ทว่าสิ่งที่ท้าทายที่สุดในตอนนี้ก็คือ ความเชื่อมั่นของลูกค้าทั้งในด้านของสมรรถนะการใช้งาน อายุการใช้งาน และที่สำคัญคือโครงสร้างพื้นฐานที่จะมารองรับรถยนต์ EV โดยคุณกุสุมาลย์ได้วิเคราะห์แนวโน้มการเติบโตของตลาดรถยนต์ EV ไว้ว่า 

“ตลาดรถ EV ในปัจจุบันยังจำกัดอยู่ในกลุ่มรถหรูที่มีราคาเกิน 1 ล้านบาท ซึ่งการที่รถ EV จะเป็นที่นิยมในตลาดได้นั้น ต้องอาศัยความร่วมมือทั้งจากภาครัฐและเอกชนเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ทั้งในด้านสมรรถนะการใช้งานและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอย่างสถานีชาร์จไฟที่ควรมีให้เพียงพอกับความต้องการ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด  

การเติบโตของรถกลุ่ม Pure EV ที่ใช้ไฟฟ้า 100% จึงอาจต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง ขณะที่รถกลุ่ม Hybrid EV ที่ผสมใช้ทั้งเชื้อเพลิงทั่วไปกับพลังงานไฟฟ้า เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้จากในปี 2564 มีส่วนแบ่งในตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 5% เทียบกับ 5 ปีที่แล้วที่มีส่วนแบ่งในตลาดไม่ถึง 1%  

โดยพบว่าคนส่วนใหญ่ที่ซื้อรถ EV ช่วงนี้เป็นคนที่มีรถอยู่แล้วอย่างน้อย 1 คัน ไม่ได้มีรถ EV คันแรกและคันเดียว เพราะหากรถ EV มีปัญหาก็ยังสามารถใช้รถคันอื่นแทนได้ ดังนั้น การมีสถานีชาร์จไฟที่มากพอและหาได้ง่ายก็สามารถช่วยเสริมความมั่นใจให้ผู้บริโภคได้ ส่วนเรื่อง Tax Incentive หรือมาตรการลดภาษีนำเข้ารถ EV จากภาครัฐก็มีความน่าสนใจ แต่ยังคงต้องใช้เวลาและออกมาพร้อมกับแผนแม่บทระยะยาวที่จะทำให้ตลาดรถ EV พัฒนาได้อย่างชัดเจนและยั่งยืนมากขึ้น 

ในแง่ของตลาดรถยนต์ EV มือสองอาจยังต้องใช้เวลา เนื่องจากรถมือสองมากกว่า 80% เป็นรถที่นำไปใช้งานจริง ใช้เป็นเครื่องมือทำมาหากิน ไม่ใช่แค่ใช้ในชีวิตประจำวันขับรถไปกลับจากที่ทำงานเท่านั้น ดังนั้น รถจะเสียไม่ได้ หยุดจอดไม่ได้ จะกระทบกับรายได้ทันที รถยนต์ EV มือสองจึงน่าจะยังไม่ได้เข้าไปในตลาดรถมือสองในระยะเวลาอันใกล้นี้” 

ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันทั้งเรื่องโรคระบาดที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน การหารายได้เสริม หรือต่อยอดธุรกิจที่มีอยู่จึงกลายเป็นเรื่องสำคัญที่คนยุคนี้ให้ความสนใจ และ "รถยนต์" ก็เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่คนส่วนใหญ่ถือครอง และเป็นสินทรัพย์ที่มีความคล่องตัวสูงที่คนนิยมนำมาใช้ลงทุนเพื่อต่อยอดธุรกิจ 

Exclusive_Interview_Khun_Kusumann_PIC02

“รถเรียกเงิน” การรีแบรนด์เพื่อตอบโจทย์ตลาดและ “ความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า”

สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่จาก KKP AUTO ในปีนี้ เป็นการรีแบรนด์ผลิตภัณฑ์เดิมอย่าง Car Quick Cash หรือสินเชื่อกลุ่มรีไฟแนนซ์รถยนต์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจนภายใต้ชื่อใหม่ว่า “รถเรียกเงิน” โดยคุณกุสุมาลย์ได้เล่าถึงที่มาของการรีแบรนด์และปรับปรุงฟีเจอร์ของสินเชื่อรถเรียกเงินไว้ว่า 

“รถเรียกเงินเป็นสินเชื่อรีไฟแนนซ์รถยนต์หรือการให้กู้เงินโดยใช้รถยนต์เป็นหลักประกันที่ธนาคารเริ่มให้บริการมาได้ประมาณ 2-3 ปีแล้ว โดยจะเสนอขายให้เฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มีสินเชื่อรถใหม่หรือรถใช้แล้วกับธนาคารเท่านั้น แต่จากการเก็บข้อมูลในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ธนาคารรู้ว่าจะต้องปรับปรุงอะไรบ้างเพื่อสร้างการเติบโต และก้าวขึ้นไปเป็นผู้เล่นหลักในอุตสาหกรรมนี้ให้ได้ ซึ่งสิ่งสำคัญที่ธนาคารต้องทำก็คือ การขยายผลิตภัณฑ์สินเชื่อนี้ออกไปยังลูกค้าภายนอก  

การปรับตัวเพื่อเข้าสู่ตลาดใหม่ในครั้งนี้ ธนาคารจึงเน้นไปที่การออกสำรวจตลาดเพื่อดูว่าสินเชื่อของเรามีจุดอ่อนตรงไหนบ้าง นอกจากนี้ยังทำ Customer Survey และ Focus Group กับลูกค้าและพนักงาน เพื่อเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าว่าทำไมต้องการใช้สินเชื่อนี้ และทำไมจึงเลือกธนาคารนี้เป็นผู้ให้สินเชื่อ และนั่นเองที่ทำให้ธนาคารได้รู้ถึง Pain Point ของลูกค้า และเห็นช่องว่างทางการตลาด 

โดยธนาคารพบว่า ลูกค้ากลุ่มนี้เป็นลูกค้าที่ค่อนข้างดี มีการผ่อนรถมาแล้วอย่างน้อย 1 คัน เป็นกลุ่มที่ใช้รถในการทำมาหากิน จึงให้ความสำคัญกับการจ่ายค่างวดรถในแต่ละเดือนอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้น ลูกค้ากลุ่มนี้จะมีหนี้เสียต่ำมาก ซึ่งธนาคารได้นำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์ออกมาเป็นฟีเจอร์ใหม่ๆ ของรถเรียกเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า พร้อมช่องทางทำการตลาดใหม่ที่เน้นว่าต้องสั้น ต้องง่าย และลูกค้าเข้าถึงได้ด้วย  

สิ่งแรกที่เราต้องเปลี่ยนก็คือชื่อแบรนด์ จากเดิมที่เรียกว่า Car Quick Cash ที่ฟังแล้วไม่เข้าใจว่าคืออะไร ฟังแล้วไม่น่าจดจำ ผ่านไป 5 วินาทีก็ลืมแล้ว ทีมเราจึงคุยกันว่าคงต้องเปลี่ยนชื่อเป็นภาษาไทยที่สื่อสารกับลูกค้าได้ในระยะเวลาอันสั้น ฟังปุ๊บรู้ปั๊บ 3 วินาทีแรกลูกค้าต้องรู้เลยว่านี่คือสินเชื่อที่ให้กู้เงินโดยใช้รถเป็นหลักประกัน จึงเป็นที่มาของชื่อ ‘รถเรียกเงิน’ 

นอกจากนี้ ธนาคารยังได้ปรับโฉมเว็บไซต์ใหม่ให้ลูกค้าเข้าไปตรวจสอบวงเงินกู้ได้ด้วยตัวเองว่า รถยี่ห้อนี้ ปีนี้ ใช้มากี่ปีแล้ว จะสามารถกู้ได้วงเงินประมาณเท่าไร อัตราดอกเบี้ย และยอดผ่อนชำระต่อเดือนเท่าไร หากสนใจก็สามารถสมัครเองได้หรือทิ้งเบอร์โทรศัพท์ไว้ให้พนักงานติดต่อกลับได้เลย" 


เพราะธนาคารเชื่อว่า รถไม่ใช่ความฟุ่มเฟือย แต่เป็นตัวช่วยเพิ่มโอกาสให้ชีวิตนักสู้ทุกคน 
ในอดีตการเป็นเจ้าของรถยนต์สักคันอาจถูกมองว่าเป็นความฟุ่มเฟือย แต่ปัจจุบันนอกจากจะใช้รถยนต์เพื่อความสะดวกในการเดินทางแล้ว ยังเป็นหนึ่งในเครื่องมือทำมาหากิน ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจ หรือเพิ่มโอกาสใหม่ๆ ในชีวิตได้ด้วย 

“สำหรับสินเชื่อรถยนต์ของธนาคารมี 2 ประเภท คือ 1. สินเชื่อเพื่อใช้ซื้อรถยนต์ ทั้งรถยนต์ใหม่และรถยนต์ใช้แล้ว 2. สินเชื่อรถเรียกเงิน คือสินเชื่อรีไฟแนนซ์รถยนต์สำหรับเจ้าของรถที่ต้องการกู้เงินฉุกเฉิน เพื่อใช้ในการขยายกิจการ ใช้เพื่อทำมาหากิน หรือใช้ต่อยอดเพิ่มโอกาสใหม่ๆ ให้ชีวิต 

สินเชื่อรถเรียกเงินแบ่งออกเป็น สินเชื่อแบบโอนทะเบียนกับแบบไม่โอนทะเบียน  
• สินเชื่อรถเรียกเงินแบบโอนทะเบียนจะมีวงเงินที่สูงกว่า แต่ต้องใช้เวลาดำเนินการนานกว่า เพราะต้องโอนทะเบียนเสร็จก่อน ธนาคารจึงจะอนุมัติโอนเงินให้ลูกค้า  
• สินเชื่อรถเรียกเงินแบบไม่โอนทะเบียน จะมีวงเงินต่ำกว่าเล็กน้อย แต่ได้เงินเร็วกว่า เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการเงินด่วน 

โดยธนาคารได้ออกแบบสินเชื่อรถเรียกเงินทั้ง 2 ประเภท เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกใช้ได้ตามความต้องการใช้เงิน เช่น กลุ่มลูกค้าที่ต้องการใช้วงเงินสูง กลุ่มลูกค้าที่ต้องการใช้เงินเร็วในระยะเวลาอันใกล้ เช่น ภายใน 1-2 อาทิตย์ หรือกลุ่มลูกค้าที่ไม่ต้องการโอนเล่ม ฯลฯ ทั้งหมดก็เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าหลากหลายกลุ่มได้ตรงใจมากที่สุด” 

ที่สำคัญ สินเชื่อรถเรียกเงินซึ่งใช้รถเป็นหลักประกันจะมีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อกู้เงินด่วนประเภทอื่นๆ ทำให้รถยนต์ไม่ได้เป็นแค่สินค้าฟุ่มเฟือยอีกต่อไป แต่เป็นสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพ สามารถใช้เป็นหลักประกันเงินกู้ เพื่อนำเงินทุนมาใช้หมุนเวียนในธุรกิจหรือการใช้ชีวิต และเป็นกลุ่มลูกค้าที่ดีมีคุณภาพ เพราะคนกลุ่มนี้จะวางแผนไว้แล้วว่าจะนำรถและเงินไปใช้ทำอะไร และมีรายได้กลับมาเท่าไร เพื่อให้พอกับค่าผ่อนรถและใช้ดำรงชีวิต”

Exclusive_Interview_Khun_Kusumann_PIC03

ผสานความเชี่ยวชาญด้านการตลาดและการบริหารความเสี่ยง เพื่อพา  KKP ก้าวขึ้นเป็น TOP 3 ในอุตสาหกรรม

หากพูดถึงสายงานด้านบริหารความเสี่ยงและด้านการตลาด อาจถูกมองว่าเป็นสายงานที่อยู่คนละด้านกัน เพราะในขณะที่ฝั่งหนึ่งเน้นความปลอดภัย รอบคอบ และระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ อีกฝั่งหนึ่งกลับมุ่งเน้นไปที่การหารายได้ แต่สำหรับคุณกุสุมาลย์ที่ผ่านประสบการณ์มาทั้ง 2 สายงาน กลับพบว่านี่คือจุดเชื่อมโยงสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้ธนาคารเกียรตินาคินภัทรก้าวขึ้นเป็น TOP 3 ในอุตสาหกรรมได้สำเร็จ 

“จริงๆ แล้วงานด้านบริหารความเสี่ยงและด้านการตลาดมีความคล้ายกันมาก เพราะการบริหารความเสี่ยงจะต้องมองให้รอบด้าน และจำเป็นต้องเข้าใจตลาดอย่างลึกซึ้ง เช่น ก่อนจะกำหนดนโยบายต่างๆ ออกมาก็ต้องสำรวจความต้องการของตลาด สำรวจคู่แข่งว่ามีแคมเปญหรือมีการบริการอะไรบ้าง ซึ่งได้นำแนวคิดการมองตลาดแบบรอบด้านนี้มาปรับใช้ในการทำงาน ด้วยการพาทีมจากแผนกต่างๆ ออกไปสำรวจตลาด ซึ่งทำให้เราทั้งทีมมองเห็นองค์รวมเข้าใจเป็นภาพเดียวกัน ร่วมกันเฟ้นหากลยุทธ์บุกตลาดให้เหมาะกับคู่ค้า ลูกค้า ผลิตภัณฑ์ และกระบวนการขายของแต่ละพื้นที่ รวมทั้ง ได้ใช้หลัก Optimize Credit Cost เพื่อให้เราอยู่ได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว และก้าวไปสู่เป้าหมายสูงสุดคือเป็นผู้เล่น TOP 3 ในอุตสาหกรรมสินเชื่อยานยนต์ 

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเราได้พัฒนามาตรฐานของสินค้าและบริการ ทั้งการปรับเปลี่ยนรายละเอียดผลิตภัณฑ์และแคมเปญต่างๆ ให้ถูกใจดีลเลอร์และลูกค้า รวมทั้งปรับลดขั้นตอนต่างๆ ให้สั้นและเร็วขึ้น โดยเฉพาะระยะเวลาของขั้นตอนการอนุมัติที่จะต้องมีการปรับและพัฒนากันต่อเนื่อง เพราะอุตสาหกรรมนี้เป็นเรื่องของความรวดเร็วเป็นหลัก 

ดังนั้นสิ่งสำคัญที่จะผลักดันให้ธนาคารของเราก้าวขึ้นไปเป็น TOP 3 ในอุตสาหกรรมนี้ได้ก็คือ เราต้องพัฒนาความสามารถของพนักงานให้มีความแม่นยำ ทั้งด้านความรวดเร็ว  การอนุมัติเคส การดูรถ ขั้นตอนไหนตัดได้ก็ต้องตัด เพราะทั้งหมดนี้คือตัวแปรสำคัญที่จะผลักดันให้ธนาคารก้าวขึ้นเป็น TOP 3 ในอุตสาหกรรมสินเชื่อยานยนต์ได้สำเร็จ”

04 มิ.ย. 2562
ทรัพย์สินรอขาย โอกาสของคนที่พร้อมและมองเห็น
04 มิ.ย. 2562
หากเราไม่ได้วางแผนเกษียณ เราก็จะไม่ได้เกษียณ
Money
30 ธ.ค. 2564
เทคโนโลยีธนาคารที่ตอบโจทย์ต้อง 'คิด' โดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง