Optimise

Keep the Pot Boiling

Post by | Admin

Shabu Shabu_thumbnail (2)

ภายในร้านอาหารที่ระงมด้วยเสียงหัวเราะและการแย่งกันคุย กลุ่มเพื่อนและครอบครัวกำลังนั่งล้อมรอบหม้อซุปดาชิเดือดปุด จานเนื้อสไลซ์แผ่นบาง และกองผักสดที่ตั้งเคียงอยู่กับน้ำจิ้มพอนซึและงาบด เพื่อรวมรับประทานอาหารหม้อไฟยอดฮิตที่เรียกติดปากกันว่า ‘ชาบู’

ผู้ชื่นชอบบรรยากาศแบบนี้เป็นหนี้บุญคุณร้าน Suehiro ร้านอาหารเล็กๆ ในเมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ที่ได้ชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดชาบูแบบที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน ย้อนกลับไปเมื่อปี 1952 คำว่าชาบูถูกนำมาตั้งเป็นชื่ออาหาร จากเสียงตอนที่เนื้อชิ้นบางๆ ถูกคนไปมาในน้ำซุปสาหร่าย จากนั้นเป็นต้นมา วัฒนธรรมหม้อไฟก็แพร่หลายไปทั่วญี่ปุ่น จีน เกาหลี และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยคนกรุงเทพฯ ได้มีร้านชาบูสไตล์ญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในปี 1995 เมื่อร้าน Akiyoshi เปิดสาขาแรกที่พระโขนง

Shabu Shabu_Story2

แน่นอนว่าชาบูได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในกรุงเทพ แต่ประสบการณ์ชาบูมีมากกว่าความอร่อย หัวใจสำคัญของวัฒนธรรมหม้อไฟคือมิตรภาพ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเพื่อนร่วมงาน เพื่อน หรือสมาชิกครอบครัวที่ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรื่องราวขณะนั่งล้อมหม้อซุปอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่การระบาดของโควิด-19 ถึงจุดสูงสุด ความสนิทสนมเป็นกันเองนี้ต้องถูกระงับไป เนื่องจากกิจกรรมกลุ่มถูกจำกัดด้วยมาตรการรักษาระยะห่างและสุขอนามัย ดังนั้น ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทันทีที่มีการเปิดเมือง ผู้คนที่เคยกักตัวอยู่บ้านต่างก็ระดมโพสต์ลงโซเชียลมีเดียถึงอาหารมื้อพิเศษอย่างหมูกระทะ ชาบู หรือบุฟเฟต์จานร้อนที่รับประทานร่วมกันเป็นกลุ่ม ราวกับอัดอั้นมาแสนนาน

‘ต่อ’ ธนพงศ์ วงศ์ชินศรี หนึ่งในผู้ก่อตั้งร้านหม้อไฟ Penguin Eat Shabu ซึ่งเปิดสาขาแรกที่ย่านสะพานควายเมื่อปี 2014 และขยายสาขาไปทั่วกรุงเทพฯ กล่าวว่า “ชาบูให้ความรู้สึกที่ต่างจากมื้ออาหารทั่วไป เพราะคุณสามารถทานอาหารอร่อยๆ ขณะพูดคุยกับครอบครัวและเพื่อน วัฒนธรรมไทยมีการเข้าสังคมอยู่มาก ทำให้เราชอบกินบุฟเฟต์และชอบใช้เวลากับคนที่เรารัก ไม่ว่าจะเป็นหมูกระทะหรือปิ้งย่างเกาหลี”

Shabu Shabu_Story

เพนกวิน อีท ชาบู ปรับตัวเข้ากับนิวนอร์มัลได้โดยเร็ว ทางร้านเป็นที่รู้จักจากการจัดร้านแบบ “ชาบูกั้นคอก” โดยวางฉากพลาสติกบนโต๊ะให้เป็นรูปร่างคล้ายตัว S ที่มีช่องกว้างเท่าๆ กันอยู่แต่ละฝั่งสำหรับหม้อไฟขนาดหนึ่งคน เพื่อให้ผู้คนสามารถมาทานชาบูเป็นกลุ่มเล็กๆ โดยยังรักษาระยะห่างและยังรู้สึกว่าได้เข้าสังคมอยู่ นวัตกรรมแสนประหยัด แต่ได้ผลชะงัดของเขาดังไปไกลถึงขนาดถูกอ้างอิงในหนังสือพิมพ์ลอส แองเจลีส ไทม์ส

“เราคิดว่าการนั่งทานคนเดียวนั้นลำบากและทำให้ลูกค้าไม่มีความสุข เราเลยเปิดตัวหม้อชาบูขนาดเล็กสำหรับมารับประทานเป็นกลุ่มโดยแยกหม้อกัน จากนั้นเราก็ตั้งฉากพลาสติกกั้นเพื่อให้ลูกค้าสองท่านนั่งโต๊ะเดียวกันได้โดยไม่ผิดกฎของรัฐบาล และเสริมด้วยมาตรการความปลอดภัยง่ายๆ เช่น ให้ลูกค้าจองล่วงหน้าและฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อบ่อยขึ้นระหว่างวัน” ต่ออธิบาย

การจัดการรูปแบบนี้ไม่เพียงเป็นที่ฮือฮาในโซเชียลมีเดียเท่านั้น แต่ทางร้านยังได้รับการตอบรับที่ดีอีกด้วย ต่อบอกว่าเพนกวิน อีท ชาบู สาขาต่างๆ มีคนเต็มตลอดตั้งแต่กลับมาเปิด

นี่คือการแก้ปัญหาที่ง่ายแต่ได้ผลสำหรับช่วงที่ร้านอาหารพยายามสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า ขณะเดียวกันก็รักษาประสบการณ์มื้ออาหารที่ดีในแบบของตัวเอง ฉากพลาสติกแบบธรรมดาอาจกั้นกลางโต๊ะได้พอดิบพอดีโดยไม่ยุ่งยาก และใช้ได้กับร้านราเม็งหรือร้านอาหารซึ่งไม่มีการแบ่งอาหารระหว่างคนในโต๊ะ แต่สำหรับร้านชาบูชาบูสิ่งนี้เป็นไปไม่ได้ ลูกค้าจะมีความสุขกับการรับประทานอาหารร่วมกันที่เป็นหัวใจของชาบูได้อย่างไรหากมีฉากกั้นในตำแหน่งที่หม้อควรอยู่ คำตอบคือฉากรูปตัว S ง่าย ๆ ของต่อนี้เอง

สิ่งที่ต่อได้ทำเป็นมากกว่าเพียงการฟื้นฟูธุรกิจได้รวดเร็วกว่าร้านอื่น แต่คือการแสดงให้เห็นว่าโจทย์ยากแค่ไหนก็หาทางออกได้ หากอาศัยความช่างคิด และการเปิดให้กับความเป็นไปได้โดยไม่ยึดติดอยู่กับกรอบเดิม

Shabu Shabu_Story3

เพนกวิ้น อีท ชาบู เป็นที่รู้จักจากการวางฉากพลาสติกบนโต๊ะให้เป็นรูปร่างคล้ายตัว S ที่มีช่องกว้างเท่าๆ กันอยู่แต่ละฝั่ง เพื่อให้ผู้คนสามารถมาทานชาบูเป็นกลุ่มเล็กๆ โดยยังรู้สึกว่าได้เข้าสังคมอยู่


Essentials

 

Penguin Eat Shabu

โทร. 098-919-2632 (สะพานควาย)

โทร. 094-942-9462 (ราชพฤกษ์)

โทร. 098-982-9989 (เทอร์มินัล 21)

fb.com/penguineatshabu

แนวโน้มของราคาทอง

มั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม

 

ไปดูเหตุผลที่ตลาดไม่เชื่อ หนึ่งในนั้นก็เพราะ กำลังการผลิตนอกกลุ่ม OPEC ก็ยังเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในสหรัฐ จากตัวเลขแท่นขุดเจาะรายสัปดาห์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แทบทุกสัปดาห์ตั้งแต่ย่างเข้าไป 2017 เป็นต้นมา รวมถึงการเดินกำลังการผลิต Shale Oil และ Shale Gas ที่สะท้อนว่า ต้นทุนการผลิตของเทคโนโลยีนี้ เข้ามาใกล้จุดที่สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตน้ำดิบได้แล้วถ้ามองภาพใหญ่กว่านั้น ราคาน้ำมันก็โดนกดดันอยู่มาอย่างต่อเนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด หรือ Clean Energy โดยเทคโนโลยีที่จะมาเป็นคู่แข่งพลังงานน้ำมันจริงๆ ก็คือ Power Storage หรือ ตัวเก็บประจุไฟฟ้า นั้นเอง เพราะตัวเก็บประจุไฟฟ้า หรือ Power Storage จะทำให้การใช้พลังงานสะอาดมีเสถียรภาพมากขึ้น ยกตัวอย่าง ถ้าใช้พลังงานแสงอาทิตย์ แต่ไม่มีตัวเก็บประจุ ก็แปลว่า เราจะใช้ไฟฟ้าได้แค่ตอนช่วงกลางวันเท่านั้น ดังนั้น เทคโนโลยี Power Storage จึงถือว่ามีความสำคัญ และเป็นจุดเปลี่ยนอีกหนึ่งอย่างที่จะทำให้ต้นทุนการผลิตพลังงานสะอาดต่ำลงไปอีก และเข้าถึงคนจำนวนมากกว่าปัจจุบัน

สรุปทิศทางราคาน้ำมัน

ราคาน้ำมันถูกเทขายลงมาที่ ราวๆ 42-43 ดอลลาร์ กลางเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งประเด็นหลักๆ มาจากตลาดเริ่มไม่เชื่อมั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม