Money Matter
Thai ESG Extra สิทธิประโยชน์ทางภาษีพิเศษที่มาพร้อมกับความยั่งยืน
- 28 เม.ย. 68
- 5,776

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ครม.ได้มีมติเห็นชอบให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการสับเปลี่ยนกองทุนรวม LTF ไปลงทุนในกองทุนรวม Thai ESG Extra รวมถึงเพิ่มสิทธิลดหย่อนภาษีให้สำหรับผู้ต้องการลงทุนในกองทุนรวม Thai ESG Extra ด้วย
กองทุนรวม Thai ESG Extra มีนโยบายการลงทุนอย่างไร และมีเงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษียังไงบ้าง บทความนี้พาคุณไปหาคำตอบกัน
Thai ESG Extra คืออะไร
Thai ESG Extra หรือ กองทุนไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ เป็นกองทุนรวมที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติม เพื่อรองรับการสับเปลี่ยนจาก LTF และเงินลงทุนใหม่ โดยมีนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์ไทยไม่ว่าจะเป็น หุ้น ตราสารหนี้ หรือ Investment Token ที่มีคุณสมบัติด้านความยั่งยืนไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV
นอกจากนี้เพื่อสนับสนุนความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนและตลาดทุนไทยในระยะยาว จึงมีเงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับ Thai ESG Extra คือต้องลงทุนเฉพาะในหุ้นยั่งยืนไม่น้อยกว่า 65% ของ NAV มีกำหนดระยะเวลาการลงทุนเพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีภายใน 2 เดือนคือ 2 พฤษภาคม - 30 มิถุนายน 2568 เท่านั้น
สิทธิประโยชน์ภาษีที่เพิ่มขึ้นจาก Thai ESG Extra
เงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีที่เพิ่มขึ้นจะแยกเป็น 2 วงเงิน ได้แก่
วงเงินแรก ให้สิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับเงินลงทุนใหม่ใน Thai ESG Extra
โดยในปี 2568 ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 3 แสนบาท ระยะเวลาลงทุน 5 ปีขึ้นไป นับแบบวันชนวัน เฉพาะปี 2568 ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมจาก Thai ESG ปกติ
แต่สำหรับปีถัดๆ ไป เงินลงทุนใหม่ใน Thai ESG Extra จะถูกนับรวมกับวงเงิน Thai ESG ปกติที่ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 3 แสนบาท
วงเงินที่ 2 ให้สิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับเงินลงทุนที่สับเปลี่ยนจาก LTF มาลงทุนใน Thai ESG Extra
ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 5 แสนบาท โดยให้ทยอยใช้สิทธิลดหย่อนได้ 5 ปี ปีแรก สูงสุดไม่เกิน 3 แสนบาท และปีที่ 2 - 5 ลดหย่อนได้สูงสุดปีละ 50,000 บาท
เงื่อนไขการใช้สิทธิ
• จะต้องถือครองไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแบบวัน ตั้งแต่วันที่แจ้งสับเปลี่ยนกองทุน
• ผู้ลงทุนจะต้องสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน LTF ทั้งหมด ทุกกองทุน ทุกบลจ. ที่ถือครอง ณ วันที่ 11 มีนาคม 2568 หากสับเปลี่ยนไม่ครบ หรือมีการทยอยขายบางส่วนหลังวันที่ 11 มีนา ก่อนจะมีการสับเปลี่ยนกองทุน ผู้ลงทุนจะไม่ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี
(แม้ว่าจะมี LTF เหลืออยู่มากกว่า 5 แสนบาทก็ต้องสับเปลี่ยนมา Thai ESG Extra ทั้งหมด แต่จะใช้สิทธิได้สูงสุดแค่ 5 แสนบาทเท่านั้น)

ทางเลือกสำหรับผู้ที่ยังถือกองทุนรวม LTF
เนื่องจากการสับเปลี่ยนจากกองทุนรวม LTF มาเป็น Thai ESG Extra ไม่ได้เป็นการบังคับ ดังนั้นผู้ถือกองทุนรวม LTF ณ ปัจจุบันจึงมี 3 ทางเลือก
1. สับเปลี่ยนไปกองทุนรวม Thai ESG Extra
2. ขาย LTF ซึ่งจะขายทั้งหมด หรือบางส่วนก็ได้ แต่ถ้าขายบางส่วน ส่วนที่เหลือโอนไป Thai ESG Extra จะไม่สามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการสับเปลี่ยน LTF ไป Thai ESG Extra ได้
3. ถือ LTF ต่อไป ซึ่งจะถูกเปลี่ยนเป็นกองทุนรวมแบบผสมภายหลังจากหมดช่วงเวลาที่ให้สับเปลี่ยนหน่วยลงทุน โดยมีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้นไทย ไม่น้อยกว่า 65% ของ NAV และจะเปิดขายเหมือนกองทุนรวมทั่วไปแทน
กองทุนรวม Thai ESG Extra ทำให้สิทธิลดหย่อนภาษีปีนี้เพิ่มขึ้น 300,000 – 600,000 บาท สำหรับผู้ที่ยังถือ LTF อยู่ หรือจะใช้สิทธิลดหย่อนภาษีที่เพิ่มขึ้นจาก Thai ESG Extra ต้องเริ่มวางแผนภาษีกันแล้ว เพราะ Thai ESG Extra จะเปิดให้ลงทุนในช่วง 2 พฤษภาคม - 30 มิถุนายน 2568 เท่านั้น
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์