Money

เริ่มต้นลงทุนผ่านกองทุนรวม

Post by | Admin 

“หลายท่านอยากเริ่มที่จะลงทุน แต่ยังขาดประสบการณ์”

“หลายท่านไม่มีเวลาในการติดตามข้อมูลการลงทุน หรือ อาจมีเงินลงทุนที่ไม่มากนัก”

วันนี้เรามีตัวช่วยในการเริ่มต้นลงทุน…มาแนะนำ เพื่อต่อยอดสร้างความมั่งคั่งให้แก่คุณ

รู้จักกองทุนรวม

หากพูดถึงคำว่า “กองทุนรวม” หรือ Mutual Fund ความหมายที่เข้าใจได้ไม่ยาก จะหมายถึง การระดมเงินลงทุนจากคนจำนวนมาก แล้วนำไปจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล มี บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม หรือ บลจ.เป็นผู้จัดตั้งและทำหน้าที่บริหารกองทุนรวมให้ โดยมี “ผู้จัดการกองทุน” ที่เป็นมืออาชีพ จัดสรรเงินลงทุนไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ตามนโยบายการลงทุนที่ได้ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน แล้วนำผลตอบแทนที่ได้มาเฉลี่ยคืนให้กับผู้ลงทุนแต่ละรายตามสัดส่วนที่ลงทุนไว้

 

ผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุนในกองทุนรวม แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ

  1. ส่วนแบ่งกำไรในรูปของเงินปันผล (Dividend) ซึ่งแต่ละกองทุนจะมีนโยบายการจ่ายปันผลในรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไปตามประกาศไว้ในหนังสือชี้ชวน กองทุนบางกองอาจมีนโยบายนำเงินดังกล่าวไปทบยอดเพื่อลงทุนต่อ โดยไม่มีการจ่ายปันผลออกมา
  2. กำไรส่วนเกินมูลค่าหน่วยลงทุน (Capital Gain) จะได้รับเมื่อผู้ลงทุนขายคืนหน่วยลงทุนให้กับบริษัทจัดการกองทุนในราคาที่สูงกว่าราคาที่ซื้อมาตอนแรก (วัดได้จากมูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วยที่เพิ่มขึ้นจากมูลค่าแรกเริ่มที่ลงทุน)

ซึ่งการจะเลือกลงทุนในกองทุนรวมที่ได้รับผลตอบแทนแบบใด ขึ้นอยู่กับเป้าหมายในการลงทุนของคุณ หากคุณต้องการลงทุนเพื่อสร้างกระแสเงินสดเป็นรายได้ประจำ อาจเลือกลงทุนในกองทุนรวมที่มีประวัติการจ่ายปันผลสม่ำเสมอ (Dividend) แต่เงินปันผลที่ได้รับต้องมีการเสียภาษีเงินปันผล หัก ณ ที่จ่าย 10% ด้วยเช่นกัน

 

แต่หากคุณเป็นนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในระยะยาว เช่น การวางแผนเกษียณ ซึ่งยังไม่มีความต้องการรับเงินปันผลระหว่างงวดออกมาใช้ และต้องการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนให้งอกเงยแบบทบต้นทบดอก การเลือกลงทุนในกองทุนรวมที่ไม่มีนโยบายการจ่ายปันผล เพื่อคาดหวังกำไรส่วนเกินมูลค่าหน่วยลงทุน (Capital Gain) ซึ่งจะได้รับการยกเว้นภาษี อาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจในการลงทุน แต่ทั้งนี้ก็อาจต้องรับความเสี่ยงจากการผันผวนของราคากองทุนรวม ณ เวลาที่ขายคืนหน่วยลงทุนด้วยเช่นกัน

 

แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกลงทุนในกองทุนรวมเพื่อคาดหวังผลตอบแทนแบบใด สิ่งที่ต้องพิจารณาควบคู่กับผลตอบแทนที่ได้รับ คือ ความเสี่ยงจากการลงทุน ซึ่งเราจะมาพูดคุยกันในครั้งหน้า กับหัวข้อประเภทกองทุนรวมและความเสี่ยงจากการลงทุนในกองทุนรวม อย่าลืมนะคะ การลงทุนในกองทุนรวม ผลตอบแทนที่ได้รับในอดีต มิได้เป็นสิ่งรับประกันผลตอบแทนที่จะได้รับในอนาคต  ดังนั้น หากจะลงทุนในกองทุนรวม ควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง แล้วพบกันใหม่ในเนื้อหาหน้าค่ะ

 

ศึกษาข้อมูลกองทุนเพิ่มเติม

แนวโน้มของราคาทอง

มั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม

 

ไปดูเหตุผลที่ตลาดไม่เชื่อ หนึ่งในนั้นก็เพราะ กำลังการผลิตนอกกลุ่ม OPEC ก็ยังเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในสหรัฐ จากตัวเลขแท่นขุดเจาะรายสัปดาห์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แทบทุกสัปดาห์ตั้งแต่ย่างเข้าไป 2017 เป็นต้นมา รวมถึงการเดินกำลังการผลิต Shale Oil และ Shale Gas ที่สะท้อนว่า ต้นทุนการผลิตของเทคโนโลยีนี้ เข้ามาใกล้จุดที่สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตน้ำดิบได้แล้วถ้ามองภาพใหญ่กว่านั้น ราคาน้ำมันก็โดนกดดันอยู่มาอย่างต่อเนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด หรือ Clean Energy โดยเทคโนโลยีที่จะมาเป็นคู่แข่งพลังงานน้ำมันจริงๆ ก็คือ Power Storage หรือ ตัวเก็บประจุไฟฟ้า นั้นเอง เพราะตัวเก็บประจุไฟฟ้า หรือ Power Storage จะทำให้การใช้พลังงานสะอาดมีเสถียรภาพมากขึ้น ยกตัวอย่าง ถ้าใช้พลังงานแสงอาทิตย์ แต่ไม่มีตัวเก็บประจุ ก็แปลว่า เราจะใช้ไฟฟ้าได้แค่ตอนช่วงกลางวันเท่านั้น ดังนั้น เทคโนโลยี Power Storage จึงถือว่ามีความสำคัญ และเป็นจุดเปลี่ยนอีกหนึ่งอย่างที่จะทำให้ต้นทุนการผลิตพลังงานสะอาดต่ำลงไปอีก และเข้าถึงคนจำนวนมากกว่าปัจจุบัน

สรุปทิศทางราคาน้ำมัน

ราคาน้ำมันถูกเทขายลงมาที่ ราวๆ 42-43 ดอลลาร์ กลางเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งประเด็นหลักๆ มาจากตลาดเริ่มไม่เชื่อมั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม