Investment KnowlEDGE

นับ 1 ให้ถึงล้าน : วางแผนภาษี สำคัญยังไง?

  • 05 ก.ย. 65
  • 11,027

สวัสดีครับ เรามาคุยกันต่อกับนับ 1 ให้ถึงล้าน ตอน วางแผนภาษี สำคัญยังไง? เชื่อมั๊ยครับว่า หลายคนที่ลงทุนลดหย่อนภาษี ยังไม่ทราบว่าที่เราลงทุนกันไปนั้นลดหย่อนอย่างไร หรือมีตัวแปรอะไรเกี่ยวข้องกันบ้าง หลายคนลงทุนไปตามคำบอกกล่าวหรือตามเพื่อนฝูง วันนี้ผมอยากชวนคุณมาลองวางแผนภาษีง่ายๆ ด้วยตัวคุณเองครับ

เริ่มกันจากรูปด้านล่างนี้ คุณคิดว่า…ใครควรต้องวางแผนภาษี? นาย A นาย B หรือ นาย C หรือทั้ง 3 คนไม่จำเป็นต้องวางแผนภาษี หรือควรต้องวางแผนภาษีทั้ง 3 คน เรามาดูรายละเอียดไปพร้อมกันครับ

 

โดยนาย A , B และ C ได้รับเงินเดือนเดือนละ 60,000 บาท, 100,000 บาท และ 200,000 บาท ตามลำดับ กำหนดเงื่อนไขที่เหมือนกันของทั้ง 3 คน คือ ทุกคนได้รับโบนัส 4 เดือน มีการสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ 5% เท่ากัน มีการหักค่าใช้จ่ายตามกฎหมาย 100,000 บาท หักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท หักค่าลดหย่อนประกันสังคม 9,000 บาท และไม่มีค่าลดหย่อนอื่นๆ จากการคำนวณภาษีพบว่า

1. นาย A เสียภาษีที่ฐานสูงสุด 20% คิดเป็นภาษีที่ต้องจ่าย 66,000 บาท (ประมาณเงินเดือน 1 เดือน)
2. นาย B เสียภาษีที่ฐานสูงสุด 25% คิดเป็นภาษีที่ต้องจ่าย 207,750 บาท (ประมาณเงินเดือน 2 เดือน)
3. นาย C เสียภาษีที่ฐานสูงสุด 30% คิดเป็นภาษีที่ต้องจ่าย 638,300 บาท (ประมาณเงินเดือน 3 เดือน)

 

จะเห็นว่าทั้ง 3 คนเสียภาษีเท่ากับทำงานฟรีๆ โดยไม่ได้รับเงินเดือนไป 1 เดือน 2 เดือน และ 3 เดือนตามลำดับ ซึ่งถ้าดูจากจำนวนเงินเดือนของทั้ง 3 คน ถือว่าไม่น้อยเลยนะครับ จากคำถามที่เกริ่นไว้ข้างต้น ผมคิดว่า ทั้ง 3 คนควรวางแผนภาษี!! แล้วคุณละครับ? เสียภาษีเท่ากับเงินเดือนกี่เดือน?

 

และจาก Ep.ที่แล้วที่เราพูดกันถึงเรื่องการเติบโตของรายได้ซึ่งมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ อยากเติบโตในหน้าที่การงาน อยากมีรายได้ที่มากเพียงพอ แม้จะต้องเสียภาษีมากขึ้นก็ตาม ดังนั้น การศึกษาเรื่องวางแผนภาษีจึงมีความสำคัญ เพราะมีส่วนช่วยคุณตรงนี้ได้มาก โดยเริ่มจากสมการภาษีที่เราคุ้นเคยคือ

 

เงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษี - ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ

 

จากนั้น นำเงินได้สุทธิที่คำนวณได้มาคูณกับอัตราภาษี ก็จะทราบจำนวนภาษีที่ต้องเสีย และวันนี้เราจะมาทำความรู้จัก 2 ตัวแรกในสมการนี้กัน คือ เงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษีและค่าใช้จ่ายครับ

 

เงินได้พึงประเมินแบ่งได้เป็น 8 ประเภท ตามอาชีพที่แตกต่างกัน มีความยากง่ายหรือมีต้นทุนที่แตกต่างกัน จึงมีการแบ่งเงินได้ออกเป็นกลุ่มๆ ตามความเหมาะสม เพื่อให้เกิดวิธีการคำนวณภาษีที่มีความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบอาชีพแต่ละอาชีพมากที่สุด

ซึ่งเงินได้พึงประเมินที่เราคุ้นเคยกันก็เช่น 40(1) เงินเดือน สำหรับมนุษย์เงินเดือน, 40(2) เงินค่าจ้างทั่วไป สำหรับฟรีแลนซ์ต่างๆ, 40(4) เงินได้จากการลงทุนต่างๆ เช่น ดอกเบี้ย เงินปันผล หรือ 40(6) เงินได้จากวิชาชีพอิสระ เช่น วิชากฎหมาย การประกอบโรคศิลป์ หรือการบัญชีต่างๆ เป็นต้น

 

การแบ่งประเภทของเงินได้พึงประเมินเหล่านี้ ก็เพื่อให้สัมพันธ์ไปกับการคำนวณค่าใช้จ่ายซึ่งเป็นต้นทุนของอาชีพที่แตกต่างกันออกไปนั่นเอง และการยื่นจ่ายภาษีก็จะใช้ฟอร์มที่แตกต่างกันออกไป โดยสำหรับบุคคลธรรมดา ผู้มีเงินได้ประเภท 40(1) – (8) จะใช้ภ.ง.ด.90 แต่หากเป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีเงินได้เป็นเงินเดือน 40(1) เพียงอย่างเดียว จะใช้ภ.ง.ด.91 (ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม : เงินได้พึงประเมินทั้ง 8 ประเภท คลิก)

สำหรับค่าใช้จ่าย ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจความหมายของ “ค่าใช้จ่าย” กับ “ค่าลดหย่อน” ซึ่งหลายคนมักเข้าใจว่าคือตัวเดียวกัน จริงๆ แล้วไม่ใช่ครับ…ค่าใช้จ่าย เป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ขึ้นกับประเภทของเงินได้ที่ได้รับ แบ่งตามเงินได้พึงประเมินทั้ง 8 ประเภทข้างต้นที่กล่าวไป ส่วนค่าลดหย่อน เป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ขึ้นกับสถานภาพและภาระที่รับผิดชอบ เช่น สถานภาพเป็นลูก มีหน้าที่ดูแลพ่อแม่ ภาระที่รับผิดชอบ เช่น ซื้อบ้าน มีภาระต้องผ่อนชำระดอกเบี้ย เป็นต้น

 

ค่าใช้จ่ายที่เราคุ้นกันบ่อยๆ เช่น ค่าใช้จ่ายสำหรับรายได้พึงประเมิน 40(1) และ (2) คือ หัก 50% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท (และหากมีเงินได้ทั้ง 40(1) และ (2) ให้นำเงินได้ทั้ง 2 ประเภท รวมกันแต่หักได้ไม่เกิน 100,000 บาท หากคุณมีรายได้พึงประเมินประเภทอื่นๆ ก็จะมีการคำนวณหักค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆ เพิ่มมาด้วยครับ (ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม : ประเภทค่าใช้จ่าย คลิก)

 

สำหรับรายละเอียดของค่าลดหย่อนมีค่อนข้างมาก และยังแบ่งได้เป็นหลายหมวดหมู่ แล้วผมจะมาชวนคุยต่อใน Ep.หน้าครับ ต้องอย่าลืมติดตาม!! วันนี้อย่าลืมลองทำ To do list ที่ฝากไว้ในข้างท้ายนะครับ

To do list :

1. ลองคำนวณรายได้ ฐานภาษี และภาษีที่คุณต้องเสียต่อปี
2. ศึกษาเงินได้พึงประเมินทั้ง 8 ประเภท และพิจารณาว่าคุณมีเงินได้ประเภทไหนบ้าง
3. ศึกษาการคำนวณหักค่าใช้จ่าย ซึ่งจะขึ้นกับเงินได้ที่คุณได้รับ

เนื้อหาแนะนำ
17 ต.ค. 2566
Money Journey
Reading Room
26 ต.ค. 2566
Money Journey Tax
26 ต.ค. 2566
Money Journey Retirement
26 ต.ค. 2566
Money Journey Investment