Money

กินไขมันอย่างไรให้ได้ประโยชน์

Post by | Admin

เพื่อนๆ คงรู้อยู่แล้วว่าร่างกายคนเราควรได้รับสารอาหารให้ครบ 5 หมู่ในแต่ละวัน ซึ่งรวมถึงไขมันด้วย แต่การที่จะกินไขมันให้ได้ประโยชน์สูงสุด เราต้องศึกษาว่าไขมันที่จะรับเข้าไปนั้นมีกี่ประเภท และแต่ละประเภทเป็นไขมันดีหรือไขมันเลวอย่างไร เรามีวิธีดูประเภทไขมันดังนี้

ไขมันแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ
1.ไขมันอิ่มตัว (Saturated Fat) ได้แก่ ไขมันสัตว์ทุกชนิด น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม เนย ชีส นม
2.ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated Fat) ได้แก่ น้ำมันมะกอก ไขมันจากถั่ว อโวคาโด
3.ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (Polyunsaturated Fat) ได้แก่ โอเมก้า 3 เช่น แซลมอล และโอเมก้า 6 เช่น น้ำมันคาโนล่า น้ำมันดอกทานตะวัน

 

นอกจากนี้ไขมันยังแบ่งได้เป็นไขมันดีกับไขมันเลว
ไขมันดี หรือ Healthy Fat ก็คือไขมันที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการอะไรมา (Unprocessed Fats) ไม่ว่าจะเป็นอิ่มตัวหรือไม่อิ่มตัว
ไขมันเลว หรือ Bad Fat ก็คือ ไขมันที่ผ่านกระบวนการทางอุตสาหกรรมต่างๆ (Processed Foods) เช่น Trans Fat หรือ Hydrogenated fats เช่น มาร์การีน เป็นต้น
รวมทั้งไขมันที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการแต่รับมากเกินไปก็อาจกลายเป็นไขมันเลวได้

 

รู้จักไขมันแต่ละแบบแล้ว ลองมาดูกันว่าเราควรจะกินไขมันอย่างไรให้ถูกต้องในแต่ละวัน เราสามารถคำนวณง่ายๆ ได้โดยน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ควรจะได้ปริมาณไขมัน 1 กรัมต่อวัน เช่น ถ้าเราหนัก 60 กิโลกรัม ก็สามารถกินไขมันวันละ 60 กรัม โดยไขมัน 1 กรัม ให้พลังงาน 9 กิโลแคลอรี่ ดังนั้นเราสามารถกินได้ 540กิโลแคลอรี่ นอกจากนี้สัดส่วนของไขมันที่ได้รับในแต่ละวันควรเป็นไขมันอิ่มตัวไม่เกิน 10% และเป็นไขมันเลวไม่เกิน 1% ของปริมาณไขมันทั้งหมดที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน ส่วนที่เหลือควรเป็นไขมันไม่อิ่มตัวซึ่งเป็นไขมันดี

 

การที่ได้รับไขมันในปริมาณที่มากเกินไปก็อาจส่งผลเสียได้ เนื่องจากไขมันปริมาณที่มากเกินไปจะส่งผลให้ระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายสูง ซึ่งทำให้เกิดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ มะเร็ง อัลไซเมอร์ และอื่นๆ อีกมากมาย ในทางกลับกันคนที่เลี่ยงอาหารที่มีไขมันและกินแต่อาหารที่มีไขมันต่ำ หรือไม่กินไขมันเลยเป็นประจำ จะทำให้มีปัญหาได้คือร่างกายไม่คุ้นชินกับการได้รับไขมัน ทำให้ร่างกายไม่ยอมใช้ไขมัน! อีกทั้งไขมันยังเป็นจำเป็นในการดูดซึมวิตามินที่ร่างกายต้องการ และยังช่วยในการสร้างฮอร์โมนบางชนิดอีกด้วย

 

การทำความเข้าใจเรื่องไขมัน  ทำให้เราสามารถเลือกทานอาหารที่มีไขมันให้เกิดผลดีต่อร่างกายได้มากที่สุด และร่างกายจะได้นำไขมันไปใช้ได้อย่างถูกต้อง เพียงแค่ปรับชนิดและปริมาณไขมันที่กินให้ถูกต้องและพอเหมาะ ก็ช่วยให้สุขภาพดีได้

 

*ขอบคุณข้อมูลจาก fitjunctions.com

 

แนวโน้มของราคาทอง

มั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม

 

ไปดูเหตุผลที่ตลาดไม่เชื่อ หนึ่งในนั้นก็เพราะ กำลังการผลิตนอกกลุ่ม OPEC ก็ยังเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในสหรัฐ จากตัวเลขแท่นขุดเจาะรายสัปดาห์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แทบทุกสัปดาห์ตั้งแต่ย่างเข้าไป 2017 เป็นต้นมา รวมถึงการเดินกำลังการผลิต Shale Oil และ Shale Gas ที่สะท้อนว่า ต้นทุนการผลิตของเทคโนโลยีนี้ เข้ามาใกล้จุดที่สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตน้ำดิบได้แล้วถ้ามองภาพใหญ่กว่านั้น ราคาน้ำมันก็โดนกดดันอยู่มาอย่างต่อเนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด หรือ Clean Energy โดยเทคโนโลยีที่จะมาเป็นคู่แข่งพลังงานน้ำมันจริงๆ ก็คือ Power Storage หรือ ตัวเก็บประจุไฟฟ้า นั้นเอง เพราะตัวเก็บประจุไฟฟ้า หรือ Power Storage จะทำให้การใช้พลังงานสะอาดมีเสถียรภาพมากขึ้น ยกตัวอย่าง ถ้าใช้พลังงานแสงอาทิตย์ แต่ไม่มีตัวเก็บประจุ ก็แปลว่า เราจะใช้ไฟฟ้าได้แค่ตอนช่วงกลางวันเท่านั้น ดังนั้น เทคโนโลยี Power Storage จึงถือว่ามีความสำคัญ และเป็นจุดเปลี่ยนอีกหนึ่งอย่างที่จะทำให้ต้นทุนการผลิตพลังงานสะอาดต่ำลงไปอีก และเข้าถึงคนจำนวนมากกว่าปัจจุบัน

สรุปทิศทางราคาน้ำมัน

ราคาน้ำมันถูกเทขายลงมาที่ ราวๆ 42-43 ดอลลาร์ กลางเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งประเด็นหลักๆ มาจากตลาดเริ่มไม่เชื่อมั่นว่า ข้อตกลงตรึงกำลังการผลิตระหว่าง OPEC และ non-OPEC จะทำได้จริงและตรึงกำลังการผลิตได้จริง ถึงแม้จะมีการขยายระยะเวลาตรึงกำลังการผลิตออกไปถึงปีหน้าก็ตาม