Lifestyle
ขับรถลุยน้ำท่วมน้ำระดับไหน ที่รถยังขับไหว
- 30 ก.ย. 65
- 6,888

จากสถานการณ์ฝนที่ตกหนัก และปริมาณน้ำที่มากขึ้นกว่าทุกปี ส่งผลให้หลายๆ พื้นที่เกิดน้ำท่วมขัง การจราจรติดขัด รถดับ เสียเวลาเดินทาง แถมยังเสียค่าซ่อมรถที่สร้างภาระให้เรา ซึ่งสาเหตุทั้งหมดล้วนเกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เราไม่สามารถควบคุมได้
ดังนั้น เราควรหมั่นสังเกตปริมาณน้ำฝนและปริมาณน้ำท่วมขัง ด้วยการดูข่าว ดูสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ให้เป็นประโยชน์ หรือดูรูปที่หลายๆ คนโพสต์และแชร์ เพื่อวิเคราะห์ว่าควรใช้เส้นทางไหน หรือหากจำเป็นต้องใช้เส้นทางที่มีน้ำท่วมขังก็ควรรู้ว่า ระดับน้ำที่ท่วมอยู่สามารถขับรถเข้าไปได้หรือไม่ ซึ่งวันนี้เรามีข้อมูลของระดับน้ำท่วมในแต่ละช่วงมาฝาก
1. น้ำขัง 5-10 เซนติเมตร
รถขับผ่านไปได้ทุกคัน เพราะถือเป็นเรื่องปกติที่พบได้ในช่วงฝนตกเนื่องจากระบายน้ำลงท่อไม่ทัน แต่ก็ไม่ควรใช้ความเร็วสูงมากเพราะอาจเจอหลุมบ่อและทำให้รถเหินน้ำจนเสียการควบคุมและเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ครับ
2. น้ำท่วมสูง 10-20 เซนติเมตร
น้ำท่วมระดับนี้ รถขับผ่านได้ทุกคันเช่นกัน แต่อาจมีเสียงน้ำกระทบใต้ท้องรถจากคลื่นเล็กๆ ที่เกิดจากรถขับผ่านไปมา และไม่ควรขับเร็วเพราะอาจทำให้น้ำกระเด็นไปสาดรถยนต์หรือมอเตอร์ไซด์ที่อยู่ข้างๆ ได้
3. น้ำท่วมสูง 20-40 เซนติเมตร
รถโหลดเตี้ย รถอีโคคาร์ หรือรถที่มีความสูงจากพื้นถนนถึงขอบประตูรถด้านล่าง 17-20 ซม. ควรขับช้าๆ ด้วยความระมัดระวังเพราะมีความเสี่ยงอาจทำให้ท่อไอเสียจมน้ำ หรือมีน้ำไหลซึมเข้าไปในตัวรถ
4. น้ำท่วมสูง 40-60 เซนติเมตร
รถเก๋งควรเลี่ยงไปใช้ถนนเส้นอื่นดีที่สุด ส่วนรถกระบะทั่วไปก็อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเช่นกัน ยกเว้นรถยกสูงหรือรถออฟโรด (Off-Road) ที่ขับได้ปกติแต่ควรขับช้าๆ ถึงช้ามาก เพื่อลดการเกิดคลื่นน้ำซัดเข้าหาตัวรถจากรถคันอื่น และควรปิดแอร์ขณะขับรถเพื่อป้องกันพัดลมแอร์ดูดละอองน้ำเข้าไปจนทำให้เครื่องยนต์ดับ ที่สำคัญอย่าลืมแง้มกระจกลงสักนิดเพื่อให้เรามีอากาศหายใจภายในรถเพิ่มขึ้นครับ
5. น้ำท่วมสูง 60-80 เซนติเมตร
รถเก๋ง รถกระบะทั่วไป รถใหญ่ ควรเลี่ยงใช้ถนนเส้นนี้ ไม่ควรฝืนขับเข้าไปโดยเด็ดขาด เพราะมีความเสี่ยงจะสร้างความเสียหายให้เครื่องยนต์สูงมากๆ น้ำสามารถไหลเข้าไปในเครื่องยนต์ หรือเครื่องกรองอากาศส่งผลให้เครื่องยนต์หยุดชะงัก และสร้างความเสียหายต่อระบบอื่นๆ เพิ่มขึ้นได้ ยกเว้นรถยกสูงหรือรถออฟโรด (Off-Road) ที่ทำมาเพื่อลุยน้ำโดยเฉพาะจึงจะสามารถขับผ่านไปได้ แต่คนขับต้องมีความชำนาญในการขับรถลุยน้ำท่วมเป็นพิเศษเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น หากใครที่เลี่ยงไม่ได้ต้องขับผ่านเส้นทางนี้ แนะนำให้รอน้ำลดลงสักหน่อยแล้วค่อยขับผ่านไป ถึงจะช้าหน่อยแต่ก็ไม่เสียค่าซ่อมครับ
6. น้ำท่วมสูง 80 เซนติเมตรขึ้นไป
น้ำท่วมสูงระดับนี้แนะนำให้เลี้ยวรถออกไปเลยครับ ยกเว้นรถยกสูงหรือรถออฟโรด (Off-Road) ที่ทำมาเพื่อลุยน้ำโดยเฉพาะ แต่คนขับก็ต้องมีความชำนาญในการขับรถลุยน้ำท่วมถึงจะขับผ่านไปได้ แต่ถ้ารถเดิมๆ จากโรงงานไม่แนะนำให้ขับผ่านไปครับ เพราะความสูงระดับ 80 ซม. คือความสูงระดับฝากระโปรงรถที่สามารถท่วมมิดไฟหน้ารถ ท่วมเครื่องยนต์ ท่วมเข้าไปในตัวรถ และอาจทำให้ระบบไฟฟ้าลัดวงจรเสียหายได้

ซึ่งระดับน้ำที่เราแนะนำไปเบื้องต้นนั้นต้องอาศัยความชำนาญในการขับรถควบคู่กันไปด้วย อย่าลืมว่า พื้นถนนบ้านเรามักจะสูงหรือต่ำไม่เท่ากัน คนขับจึงต้องวิเคราะห์ให้ดีเพื่อความปลอดภัยของรถยนต์และตัวเราเอง การดูแลรักษารถไม่เพียงแค่จะช่วยให้เราประหยัดค่าซ่อมรถเท่านั้น แต่รถที่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานยังช่วยเพิ่มโอกาสเพิ่มวงเงินให้กับคุณได้หากคุณมีแผนต้องการใช้เงิน ด้วยสินเชื่อรถเรียกเงิน จากธนาคารเกียรตินาคินภัทร สินเชื่อสำหรับคนมีรถที่ให้วงเงินสูงสุด 150% ของราคาประเมินรถยนต์ พร้อมดอกเบี้ยต่ำเริ่มต้นเพียง 0.27% ต่อเดือน สนใจสมัคร คลิกเลย หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 02 495 4555