Lifestyle
ลดน้ำหนักแบบลดคาร์โบไฮเดรตกับสูตรแอทกิ้นส์ไดเอท (Atkins Diet)
Post by | Admin

สำหรับใครที่ต้องการลดน้ำหนักด้วยวิธีลดคาร์โบไฮเดรต ลองมาอ่านบทความ KKP Advice Center นี้กับสูตรแอทกินส์ไดเอท (Atkins Diet) สูตรที่จะเน้นการลดคาร์โบไฮเดรตล้วนๆ เพื่อนๆ คนไหนสนใจการลดน้ำหนักวิธีนี้สามารถติดตามกันได้เลยค่ะ
การรับประทานอาหารสูตรนี้มาจากทฤษฎีของ Dr. Atkins ที่ว่าการรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตมากกว่าปกติเป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น หลักการนี้ต้องการอธิบายว่า น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นนั้นเกิดจากกระบวนการจัดการคาร์โบไฮเดรตของร่างกาย ไม่ใช่ปริมาณไขมันที่รับประทานเข้าไป ในคนที่มีน้ำหนักตัวมากอาจมีภาวะดื้อต่ออินซูลินซึ่งเซลล์ทำหน้าที่เปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตให้เป็นน้ำตาล (ซึ่งจะกลายเป็นพลังงานของร่างกาย) ทำงานผิดปกติและผู้ที่มีน้ำหนักเกินส่วนใหญ่อาจเกิดจากภาวะนี้ ดังนั้น แอทกินส์ไดเอท (Atkins Diet) จึงเน้นที่การจำกัดปริมาณคาร์โบไฮเดรตเป็นหลัก
ในการรับประทานอาหารตามสูตร Atkins เพื่อนๆ จะต้องเริ่มจับตาดู และควบคุมปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่รับประทานเข้าไป มีอาหารบางชนิดที่สามารถรับประทานได้ หรือไม่ให้รับประทาน โดยเฉพาะการเลิกรับประทานคาร์โบไฮเดรตชนิดแย่ คืออาหารที่ผ่านการแปรรูป (เช่น ขนมปังขาว) อาหารแช่แข็ง หรืออาหารขยะ ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนไปรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูงแทน
การลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่รับประทานให้เหลือน้อยกว่า 40 กรัมต่อวันจะทำให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะ ketosis ซึ่งร่างกายจะนำไขมันมาใช้เป็นพลังงานแทน ในภาวะนี้จะส่งผลต่อการผลิตอินซูลิน ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการสะสมของไขมันเพิ่มขึ้น และเมื่อร่างกายเข้าสู่ภาวะ ketosis แล้ว ร่างกายจะสามารถใช้ไขมันเป็นพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภาวะความอยากรับประทานคาร์โบไฮเดรตจะลดลง และคุณจะไม่รู้สึกอยากอาหารที่ต้องหลีกเลี่ยงอีกต่อไป และสามารถลดน้ำหนักลงได้ในที่สุด
วิธีการลดน้ำหนักแบบแอทกินส์ไดเอท (Atkins Diet) ประกอบด้วย 4 ช่วงหลักคือ
ช่วงระยะเริ่มต้น (Induction) คือ ช่วงเวลา 2 สัปดาห์แรก เริ่มต้นด้วยการลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตลงเหลือวันละ 20 กรัม โดยคาร์โบไฮเดรตนั้นต้องได้มาจากสลัด และผักบางชนิดเท่านั้น คาร์โบไฮเดรตชนิดเดียวที่สามารถรับประทานได้ในระยะนี้คือ คาร์โบไฮเดรตในผักกาดขาว บร็อคโคลี่ และมะเขือเทศ (รับประทานได้ไม่เกิน 3 ถ้วยต่อวัน) และต้องเลิกรับประทานอาหารอื่นๆ เช่นโยเกิร์ต ผลไม้ และผักที่เป็นแป้ง มันฝรั่ง และยังต้องจำกัดเครื่องดื่มบางประเภท เช่นน้ำอัดลม เครื่องดื่มที่น้ำตาลสูง
ช่วงระยะน้ำหนักลดต่อเนื่อง (balancing) เพิ่มปริมาณคาร์โบไฮเดรตในรูปแบบของอาหารที่มีเส้นใยสูง โดยเพิ่มปริมาณเป็น 25 กรัมต่อวันในสัปดาห์แรก และเพิ่มเป็น 30 กรัมในสัปดาห์ต่อๆ ไป จนกระทั่งน้ำหนักลดลงจนคงที่ จากนั้นลดปริมาณลงอีก 5 กรัม และอาจต้องกลับมาจำกัดปริมาณการรับประทานคาร์โบไฮเดรตอีกครั้งหากน้ำหนักขึ้น
ช่วงก่อนเข้าสู่ระยะคงตัว (fine-tuning) อัตราการลดน้ำหนักของคุณจะค่อยๆ ลดลง คุณจะเริ่มลองทานอาหารบางชนิดได้เพื่อดูว่าจะสามารถเพิ่มอาหารเหล่านี้เข้าไปในสูตรอาหารโดยไม่ทำให้น้ำหนักเพิ่มได้หรือไม่ โดยสามารถเพิ่มปริมาณคาร์โบไฮเดรตเข้าไปประมาณ 10 กรัมในแต่ละอาทิตย์ จนกระทั่งได้น้ำหนักที่คงที่ตามต้องการ
ช่วงระยะคงตัว (maintenance) อาจเริ่มเพิ่มการรับประทานอาหารคาร์โบไฮเดรตได้ ไม่ใช่คาร์โบไฮเดรตชนิดไม่ดีที่จะทำให้น้ำหนักเพิ่ม แต่เป็นคาร์โบไฮเดรตที่ดีต่อสุขภาพ หลังจากนี้ไป หากคุณเริ่มกลับมามีน้ำหนักเพิ่ม คุณอาจเริ่มการรับประทานอาหารสูตรนี้ใหม่อีกครั้ง
ข้อดีของการลดน้ำหนักแบบ Atkins
การลดน้ำหนักแบบ Atkins คือสูตรลดน้ำหนักที่มีถึง 4 ระยะ ทำให้ลดน้ำหนักอย่างเป็นระบบ และเมื่อร่างกายเกิดความเคยชินจนสามารถลดน้ำหนักได้แล้ว ยังช่วยให้ไม่กลับมาอ้วนอีก ไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ เพราะไม่ทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย เนื่องจากไม่ได้มีการอดอาหาร ไม่ต้องทนหิว เพราะสามารถทานเนื้อสัตว์และไขมันทดแทนพลังงานที่ได้จากคาร์โบไฮเดรต ทำให้รู้สึกอิ่ม และสามารถลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็ว เพราะจำกัดปริมาณอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต และการรับประทานคาร์โบไฮเดรตต่ำอาจลดปัจจัยเสี่ยงมากมายสำหรับโรครวมถึงไตรกลีเซอไรด์ในเลือด คอเลสเตอรอล น้ำตาลในเลือด อินซูลินและความดันโลหิต เมื่อเทียบกับอาหารลดน้ำหนักอื่นๆ อาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำยังช่วยปรับปรุงระดับน้ำตาลในเลือดดีขึ้น
การลดน้ำหนักเป็นเรื่องง่าย ถ้าทำให้ถูกวิธี ลองมาลดน้ำหนักด้วยการลดคาร์โบไฮเดรตดูนะคะ ไม่ต้องอดอาหาร และไม่ต้องทนหิวด้วยค่ะ

