Lifestyle

เติมพลังชีวิต กับเคล็ดลับฝึกคิดบวก

  • 09 มี.ค. 65
  • 3,476
เติมพลังชีวิต กับเคล็ดลับฝึกคิดบวก

เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในชีวิตของเรานั้น จะต้องมีวันที่ได้พบเจอทั้งเรื่องราวดีๆ ที่น่าประทับใจ ในทางกลับกันเราอาจประสบกับปัญหาต่างๆ ที่ทำให้ต้องกังวลใจและคิดมาก จนเกิดเป็นความเครียดสะสม

แต่ไม่ว่าเราจะพบกับเหตุการณ์ในรูปแบบใดก็ตาม หากเราเป็นคนมองโลกในแง่ดีหรือเป็นคนที่คิดบวกอยู่เสมอ สิ่งนี้ก็จะมีส่วนสำคัญมากที่ช่วยเสริมสร้างกำลังใจให้ตัวเราเองมีความเข้มแข็งพร้อมสู้กับทุกสถานการณ์ที่ย่ำแย่ได้

โดยเรามีเคล็ดลับฝึกตัวเองให้เป็นคนคิดบวกแบบง่ายๆ มาฝากกัน 7 วิธี ตามนี้เลย

1. ยิ้มและหัวเราะให้กำลังใจตัวเองทุกวัน
ในช่วงเวลาที่เรารู้สึกหมดหวัง อ่อนล้า ท้อแท้กับชีวิต เชื่อหรือไม่ว่ารอยยิ้มของเราเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นมาก เพราะเมื่อเรายิ้ม ร่างกายจะส่งสัญญาณกระตุ้นให้สมองหลั่งสารโดพามีน (Dopamine) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้มีความสุข และสารเซโรโทนิน (Serotonin) ที่ส่งผลต่ออารมณ์ช่วยปรับความรู้สึก ทำให้เราสงบ ผ่อนคลาย และช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจได้ จากที่เรากำลังรู้สึกแย่ เพียงแค่เรายิ้ม อาจจะเป็นการยิ้มผ่านกระจก ยิ้มเมื่อได้ระบายหรือพูดคุยกับคนที่เราไว้ใจ แม้กระทั่งการนึกถึงเรื่องสนุกๆ ที่เคยทำ ก็อาจทำให้เกิดรอยยิ้มและเสียงหัวเราะได้

การเติมพลังบวกให้กับตัวเองในรูปแบบนี้ ถือเป็นการสร้างกำลังใจที่ดีให้กับตัวเอง แถมยังช่วยเสริมสร้างสุขภาพร่างกายและจิตใจให้แข็งแรงได้อีกด้วย

2. หมั่นฝึกให้ตัวเองใจเย็น
หลายคนคงเคยหงุดหงิดกับสภาพอากาศร้อน หรือไม่พอใจกับการถูกต่อว่า ทำให้เราโกรธหรือโมโห จนเผลอพูดหรือแสดงการกระทำที่ไม่เหมาะสมออกไป และอาจทำให้เกิดเหตุการณ์บานปลายได้ แต่ถ้าเราสามารถควบคุมอารมณ์ให้ใจเย็นลงได้ด้วยการคิดไตร่ตรองถึงสิ่งที่เกิดขึ้นว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ใช้เหตุผลช่วยในการตัดสินใจก่อนที่จะลงมือทำหรือพูดอะไรออกไป ก็จะช่วยให้สถานการณ์นั้นผ่อนคลายลง ซึ่งวิธีการฝึกให้เราใจเย็นได้นั้นมีด้วยกันหลายวิธี เช่น หายใจลึกๆ แล้วนับ 1-10 ทำอะไรให้ช้าลง ให้เวลาตัวเองได้พักสงบสติอารมณ์ รวมถึงกล่าวคำ “ขอโทษ” ให้เป็น ก็ถือเป็นอีกหนึ่งในตัวช่วยที่สำคัญจะทำให้สถานการณ์คลี่คลาย

3. มองโลกในแง่ดีเสมอ
การมองโลกในแง่ดีนั้นถือเป็นทักษะชีวิตอย่างหนึ่งก็ว่าได้ เพราะถ้าเรามีความคิดหรือมีทัศนคติที่ดี ก็เปรียบเสมือนเรามีเข็มทิศที่จะคอยชี้นำให้ชีวิตเราขับเคลื่อนไปในเส้นทางที่ถูกต้องและเหมาะสม การที่เราจะเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีได้นั้น กุญแจสำคัญคือ เราควรเลือกโฟกัสสิ่งที่เป็นด้านดีหรือด้านบวก แล้วทำความเข้าใจ เรียนรู้และยอมรับด้านลบให้ได้ โดยที่ต้องไม่นำสิ่งนั้นมาใส่ใจหรือมาคิดกังวลอีก และที่สำคัญควรมองโลกหรือมีความคิดที่เป็นไปตามหลักของความจริงในปัจจุบัน

4. ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง
การที่เราหมั่นดูแลตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนให้เพียงพอ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หรือการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้เรามีร่างกายที่แข็งแรง ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพจิตด้วย ดังนั้นการคิดบวกหรือการมองโลกในแง่ดีก็สามารถเกิดขึ้นได้จากการที่เรามีสุขภาพกายและใจที่สมดุลกันเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ต่างๆ ก็จะช่วยให้เราเตรียมพร้อมรับมือกับความเครียดได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้การคิดบวกยังช่วยต้านความเศร้า และทำให้เรามีอายุยืนยาวอีกด้วย

5. เรียนรู้การให้อภัย
เมื่อเรารู้สึกยึดติดกับความโกรธแค้นมากเท่าไหร่ คนที่จะเสียใจมากที่สุดก็คือตัวเราเอง ดังนั้นการเรียนรู้ที่จะเข้าใจ ยอมรับ และให้อภัยซึ่งกันและกัน จึงเป็นที่สำคัญและจำเป็นมาก ซึ่งการให้อภัยนั้น สามารถทำได้โดยให้เวลากับความรู้สึกด้านลบของตัวเอง ลองคิดย้อนกลับไปตอนที่เหตุการณ์เกิดขึ้นว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เราโกรธหรือไม่พอใจ ตั้งคำถามและตอบตัวเองอย่างตรงไปตรงมาถึงผลดีและผลเสียที่เกิดขึ้น เมื่อเราเข้าใจและยอมรับได้ เราก็สามารถปล่อยวาง และพร้อมที่จะอภัยให้อีกฝ่ายได้ สุดท้ายเราเองก็จะได้เรียนรู้ว่าการให้อภัยนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แถมยังช่วยเสริมเป็นพลังบวกให้กับชีวิตและสำคัญที่สุดคือ การให้อภัยทำให้เราชนะใจตัวเอง

6. เลิกเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น
ก่อนอื่นเราควรสำรวจตัวเองว่าเราเป็นคนที่ชอบเปรียบเทียบกับคนที่ทำให้เรารู้สึกด้อยค่า หรือเปรียบเทียบตัวเองกับคนที่คิดว่าด้อยกว่าจนมองว่าตัวเองสูงส่ง ซึ่งไม่ว่าเราจะเปรียบตัวเองกับใครแบบใดก็ตาม เราก็ควรที่จะหยุดความคิดและทบทวนตัวเองใหม่ว่า บนโลกนี้ไม่มีใครที่สมบูรณ์แบบ และทุกคนนั้นต่างมีจุดเด่นหรือจุดแข็งของตัวเองที่หาจากคนอื่นไม่ได้อย่างแน่นอน หากเรารู้จักตัวเองดีพอ ว่าเราเก่งด้านไหน ถนัดอะไร และยอมรับความจริงให้ได้ว่าเรามีข้อด้อยหรือบกพร่องส่วนไหน เพียงเท่านี้เราก็จะหยุดเปรียบเทียบตัวเองให้เกิดความคิดลบและใจเราก็จะเป็นสุข

7. ไม่ด่วนสรุป
การด่วนสรุปหรือการคิดไปเองถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยที่เราเองยังไม่ทันได้รับรู้ข้อมูลที่เท็จจริง ย่อมส่งผลเสียทั้งต่อตัวเราเองและคนรอบข้างให้เข้าใจไม่ตรงกันหรือขัดแย้งกัน หรือแม้การที่เราได้พบเจอใคร แล้วเรายังไม่รู้จักเขาดีพอ แต่เราคิดไปเองแล้วว่าเขามีนิสัยเป็นอย่างไร ตรงนี้ก็อาจส่งผลกระทบต่อความคิดหรือความรู้สึกของอีกฝ่ายได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นแล้วการทำความเข้าใจตัวบุคคลหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน โดยใช้เวลา ข้อเท็จจริง และเหตุผลในการคิดพิจารณาไปในทางที่ถูกต้อง ก็จะทำให้เราเป็นคนที่มีใจเป็นกลางและเป็นที่ยอมรับของคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี

การเป็นคนคิดบวกหรือมองโลกในแง่ดีนั้นฝึกได้ไม่ยากเลย หากใครที่สามารถทำได้ครบทุกข้อในทุกวัน รับรองว่าได้เติมพลังบวกให้ชีวิตได้แฮปปี้อย่างแน่นอน

ป้ายกำกับเนื้อหา