Business Talk

อัตราส่วนทางการเงินที่ SME ต้องรู้

  • 07 ธ.ค. 66
  • 10,689

สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือ SME การจัดทำและติดตามอัตราส่วนทางการเงินของธุรกิจอย่างสม่ำเสมอจะทำให้เจ้าของธุรกิจมีความเข้าใจสถานะการเงินและวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของกิจการได้ง่ายและรวดเร็ว นอกจากนี้อัตราส่วนทางการเงินยังเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนล่วงหน้าหากธุรกิจเริ่มเกิดปัญหาบางอย่าง ซึ่งหากรู้ปัญหาได้เร็วก็ทำให้เจ้าของสามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที

บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับอัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญต่อธุรกิจใน 4 ด้าน จะมีอะไรบ้างมาติดตามกันเลย

1. ด้านสภาพคล่อง
- Current Ratio

อัตราส่วนสภาพคล่อง = สินทรัพย์หมุนเวียน / หนี้สินหมุนเวียน

เป็นตัวบ่งบอกความสามารถในการชำระหนี้ระยะสั้นของกิจการ หากมีค่าสููงกว่า 1 แปลว่ากิจการมีสภาพคล่องสูง แต่ถ้าค่าต่ำกว่า 1 แปลว่ากิจการอาจมีปัญหาสภาพคล่อง แนวทางแก้ไขคืออาจต้องลดการลงทุนระยะยาวและเพิ่มการถือสินทรัพย์ที่สภาพคล่องสูงให้มากขึ้น

- Quick Ratio

อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว = (สินทรัพย์หมุนเวียน - สินค้าคงเหลือ) / หนี้สินหมุนเวียน เป็นตัวบ่งบอกความสามารถในการชำระหนี้ระยะสั้นของกิจการ โดยที่ไม่ต้องขายสินค้าคงเหลือในคลังเพื่อมาชำระหนี้สิน ซึ่งเป็นการแสดงสภาพคล่องที่แท้จริงของธุรกิจ

 

2. ด้านประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

- Inventory Turnover

อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ = ต้นทุนขาย / สินค้าคงเหลือ (เฉลี่ย)

เป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพในการบริหารสินค้าคงเหลือ โดยดูว่าในรอบบัญชีหนึ่งๆ สินค้าคงเหลือ (Inventory) มีการหมุนเวียนถูกขายออกไปกี่รอบ จำนวนรอบที่มากแสดงถึงการบริหารจัดการสินค้าคงเหลือที่ดี เพราะกิจการสามารถสร้างยอดขายได้มากโดยที่ไม่ต้องสต๊อกสินค้าไว้เยอะจนเกินไป

- Account Receivable Turnover

อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า = ยอดขายสุทธิ / (ลูกหนี้การค้าก่อนหนี้สงสัยจะสูญ + ตั๋วเงินรับการค้า) (เฉลี่ย)

เป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการลูกหนี้การค้า โดยดูว่ายอดลูกหนี้การค้าเฉลี่ยในรอบบัญชีมีการหมุนเวียนเป็นยอดขายกี่รอบ จำนวนรอบที่มากแสดงถึงการบริหารจัดการลูกหนี้การค้าที่ดี เนื่องจากกิจการสามารถสร้างยอดขายไปพร้อมๆ กับการจัดเก็บหนี้ได้ดี

3. ด้านความสามารถในการทำกำไร

- Gross Profit Margin

อัตรากำไรขั้นต้น = (ยอดขายสุทธิ - ต้นทุนขาย) / ยอดขายสุทธิ

ใช้ประเมินประสิทธิภาพในการดำเนินงานของธุรกิจ กิจการที่มีอัตรากำไรขั้นต้นยิ่งสูงยิ่งดีเพราะบ่งบอกว่ากิจการมีอำนาจต่อรองในการขึ้นราคาสินค้า รวมถึงมีอำนาจต่อรองกับซัพพลายเออร์เพื่อลดต้นทุน และควรติดตามว่าอัตรากำไรขั้นต้นควรมีความสม่ำเสมอ เพราะหากค่าเริ่มลดลงเรื่อยๆ หมายถึงกิจการกำลังสูญเสียอำนาจในการต่อรองเพิ่มขึ้นนั่นเอง

- Net Profit Margin

อัตราส่วนกำไรสุทธิ = (ยอดขายสุทธิ - ค่าใช้จ่ายต่างๆ - ดอกเบี้ย - ภาษี) / ยอดขายสุทธิ

เป็นอัตราส่วนที่ใช้วัดความสามารถในการทำกำไรของบริษัทหลังจากนำรายได้และค่าใช้จ่ายทุกประเภทมาพิจารณาแล้ว สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของบริษัทในการควบคุมต้นทุน และค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อให้เกิดกำไรสุทธิ ดังนั้น ค่า Net Profit Margin ยิ่งสูงก็ยิ่งเป็นผลดี

4. ด้านภาระหนี้สิน

- Debt to Equity Ratio (D/E)

อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น = หนี้สินรวม / ส่วนของผู้ถือหุ้น

ใช้วัดระดับหนี้ของกิจการ โดยทั่วไปอัตราส่วนหนี้ไม่ควรเกิน 2 เท่าของส่วนทุน เป็นตัวบ่งชี้คุณภาพการเติบโตของกิจการ หากกิจการมีสินทรัพย์เติบโตขึ้นเรื่อยๆ แต่สัดส่วนการเติบโตฝั่งหนี้สินมากกว่าส่วนทุน หมายถึงกิจการขยายสินทรัพย์ด้วยการก่อหนี้เพิ่มขึ้นนั่นเอง

- Interest Coverage Ratio

อัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ย = กำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี /ดอกเบี้ยจ่าย

อัตราส่วนนี้บอกว่ากิจการมีกำไรจากการดำเนินงานพอจ่ายดอกเบี้ยหรือไม่ ค่ามากกว่า 1 แปลว่ากิจการมีกำไรเพียงพอจ่ายดอกเบี้ย หากค่าน้อยกว่า 1 แปลว่ากิจการมีกำไรพอจ่ายดอกเบี้ยได้บางส่วนเท่านั้น และค่าที่เป็นศูนย์หรือติดลบ หมายถึงกิจการไม่มีกำไรหรือขาดทุน จึงไม่มีความสามารถในการชำระดอกเบี้ย

 

 

การวิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงินของกิจการนอกจากจะช่วยให้เราเห็นผลการดำเนินงานและสถานะทางการเงินแล้ว ยังสามารถปรับใช้ในการช่วยวางแผนกลยุทธ์และการตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจอีกด้วย อย่างไรก็ตามต้องไม่ลืมว่าเรื่องสำคัญของการใช้อัตราส่วนทางการเงินคือการตีความและพิจารณาร่วมกับบริบทของอุตสาหกรรม ขนาดของกิจการ และโมเดลทางธุรกิจ เพื่อให้แปลผลได้อย่างถูกต้อง

การดำเนินธุรกิจต้องอาศัยข้อมูลที่แม่นยำและเงินทุนที่เพียงพอ หากผู้ประกอบการ SME กำลังมองหาแหล่งเงินทุนเพื่อเสริมสภาพคล่องหรือรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต เราขอแนะนำสินเชื่อธุรกิจ SME ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ซึ่งมีสินเชื่อทั้งแบบใช้และไม่ใช้สินทรัพย์เป็นหลักประกัน วงเงินสินเชื่อสูงสุด 35 ล้านบาท ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 25 ปี* สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก



*เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

 

เนื้อหาแนะนำ
29 พ.ย. 2566
7 เรื่องที่เราไม่อยากให้คุณพลาด เมื่อใช้สินเชื่อรีไฟแนนซ์รถยนต์
Money Matter
13 ธ.ค. 2566
รู้จักกองทุนรวมลดหย่อนภาษีตัวใหม่ TESG
Investment KnowlEDGE
07 ธ.ค. 2566
รับปีใหม่อย่างสดใส ด้วยการจัดระเบียบหนี้
Money Matter
10 พ.ย. 2566
รู้จักกับ 4 ความเสี่ยงในชีวิต! ที่คุณจัดการได้
Money Matter